Czech Grand Tour
Product Code: GUE-03/17
Czech Grand Tour 8 วัน 6 คืน
ราคาเริ่มต้นที่(บาท)
72,900.00
*ราคาต่อท่าน
8 วัน 6 คืน
- Czech
- Czech
ช่วงเวลาจอง: วันนี้ - เมษายน 2561
ช่วงเวลาเดินทาง: ธันวาคม 2560 - เมษายน 2561

มิวนิค – พาสเซา – เชสกี้ ครุมลอฟ – เทลค์ – เทรบิค – เบอร์โน    

 คุทน่า ฮอร่า – ปราก – มาเรียนส์เก ลาซเน่ – คาร์โลวี่วารี่ – เรเกนสบวร์ก

บินตรงโดยสายการบินไทย

รถโค้ชปรับอากาศนั่งสบาย

อาหารดี จัดอาหารท้องถิ่นสลับอาหารจีน, ไทย

รวมค่าวีซ่า ค่าทิปคนขับรถ และไกด์ท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว

เดินทางกับหัวหน้าทัวร์ชำนาญเส้นทาง

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัดเส้นทาง กรุงเทพ – มิวนิค // มิวนิค – กรุงเทพ โดยสายการบิน THAI AIRWAYS     
  • ค่าภาษีน้ำมันและสนามบิน
  • ค่ากระเป๋าสัมภาระ น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด  และ 40 กก.สำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจ
  • ค่าวีซ่าเชงเก้นประเภทท่องเที่ยว (ประเทศเชค) *กรณีมีวีซ่าแล้วหักคืน 2,300 บาท
  • โรงแรมที่พัก 4 ดาว 5 คืน ห้องคู่ (พักเดี่ยวเพิ่มตามที่ระบุ)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  • ค่าอาหารทุกมื้อ ตามที่ระบุในรายการ
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าพาหนะในการเดินทาง พร้อมนำทัศนาจรตลอดเส้นทางโดยไกด์ไทยผู้ชำนาญเส้นทาง
  • ค่ากรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงิน 3,000,000 บาท ตามเงื่อนไข (แบบกลุ่ม)

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าขนกระเป๋าเดินทางน้ำหนักเกิน 30 กิโลกรัมหรือตามที่สายการบินกำหนด อาจเสียค่าขนส่งเพิ่ม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม อื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% / ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
  • ค่าทิปไกด์ไทย แล้วแต่ลูกค้าเห็นสมควร

1.วันแรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ – มิวนิค (เยอรมัน)

22.00 น.

 

 

 

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก  ชั้น 4 ประตู 2-3 แถว D เคาน์เตอร์เช็คอินหมายเลข 10 สายการบินไทย (TG) *** โปรดสังเกตป้ายบริษัท ส้มบิน *** 

พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนการเดินทาง

 

2.วันที่สองของการเดินทาง มิวนิค – พาสเซา – เชสกี้ คลุมลอฟ (เชค)

00.50 น.

 

 

ออกเดินทางสู่ มิวนิค โดยเที่ยวบินที่ TG924 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)        

(ใช้เวลาบิน 11 ช.ม. 15 นาที)

 

07.05 น.

 

 

 

 

 

 

 

ถึงสนามบินนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมัน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)

ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่เมืองพาสเซา จุดเชื่อมต่อระหว่างเยอรมันและเชค(ระยะทางประมาณ192 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชม.) ชื่นชมทัศนียภาพระหว่างทาง

นำท่านชม เมืองพาสเซา Passau เมืองเก่าแก่ริมแม่น้ำดานูบที่มีมนต์สเน่ห์ เดินทางในเมืองเก่า  เข้าชม โบสถ์เซนต์สเตฟาน (St.Stephens Dom) สถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแบบอิตาเลียนบารอค โดยศิลปิน Carlo Lurago ซึ่งภายในโบสถ์จะมีท่อลมของออร์แกนมากถึง 17,774 ท่อ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากโบสถ์ First Congregational Church ที่ลอสแองเจลีส สหรัฐอเมริกา

 

12.30 น.

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

 

13.30 น.

 

 

 

 

สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ (ระยะทาง 117 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.25 ช.ม.) สมญาเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย โดยองค์กรยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1992 นำท่านชมความสวยงามของ เชสกี้ครุมลอฟ ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง ได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก

 

18.00 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้น นำท่านเข้าพักที่โรงแรม OLD INN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

3.วันที่สามของการเดินทาง ครุมลอฟ – เทลค์ – เทรบิค – เบอร์โน

07.00 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังอาหาร นำท่านชม เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) อดีตเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ในปีค.ศ.1963 ครุมลอฟได้รับการประกาศให้เป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ และภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในตอนปลายปีค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม ประวัติศาสตร์และความโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1992 นำท่านเข้าชมภายในปราสาทครุมลอฟซึ่งเป็นปราสาทยุคกลาง ยุคอัศวินขี่ม้าสวมเกราะเหล็กป้องกันปราสาทซึ่งปากทางเข้าประตูจะมีหลุมขุดอันเป็นที่กักขังหมีที่ดุร้าย ทั้งนี้เพื่อเป็นปราการป้องกันด่านแรก  จากนั้นก็เป็นประตูปืนใหญ่ที่พร้อม สาดกระสุนปลิดชีพผู้รุกราน นำท่านเข้าชมห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องสวดมนต์เซนต์จอร์จผู้ปราบมังกร ซึ่งชาวยุโรปนับถือว่าเป็นนักบุญผู้ปกป้องเมือง ห้องนอนของเหล่าอัศวินและเจ้าผู้ครองเมือง ห้องอาหารในยุคกลางที่มีจานชามอายุกว่า500 ปีตรงกลางโต๊ะมีแก้วเบียร์จัดตามจำนวนคนที่บรรจุได้เกือบ 2ลิตรโดยตามธรรมเนียมทุกคนต้องดื่มให้หมดก่อนเริ่มรับประทานอาหารกัน ห้องรับรองจัดตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และงาช้าง ห้องเก็บภาพห้องโถงสำหรับจัดงานเลี้ยง เต้นรำ ซึ่งมีการวาดภาพตกแต่งด้วยเทคนิคที่แปลกตา อันเป็นต้นกำเนิด ก่อนที่ช่าง จะนำไปเผยแพร่และได้รับความนิยมมากสุดในอิตาลี  นำชมทัศนียภาพของตัวเมืองจาก จุดชมวิวของเมืองครุมลอฟ ภาพที่ท่านเห็นคือ  บ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุก ๆ โดยมีแม่น้ำวัลตาวาไหลผ่านมองแล้วเหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงาม  จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองเทลค์ (Telc) (ระยะทางประมาณ 107 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2.10 ชม.) เมืองเล็กๆ ได้ชื่อว่าเป็น Venice of Moravia และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO เมื่อปี ค.ศ.1992 เมืองเทลค์เป็นเมืองที่มีอาคารสวยงามด้วยสีพาสเทลหวานๆ ซึ่งมีหน้าจั่ว หลังคา และทางเดิน เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง เรเนสซองส์ และ บารอค ซึ่งตึกรามบ้านช่องแบบนี้ ทางรัฐบาลเชคให้อนุรักษ์เอาไว้ ผ่านชมปราสาทเทลค์ (Telc Chateau or Telc Castle) เป็นสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งเดิมทีปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นมาในสถาปัตยกรรมแบบโกธิก แต่ต่อมาถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นปราสาทที่มีสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ โดยขุนนาง Oldrich III แห่งครอบครัว Zacharis of Hradec ซึ่งเป็นครอบครัวที่ปกครองเมืองนี้ต่อจาก King John of Luxembourg ปัจจุบันบางห้องในปราสาทแห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับจัดงานแต่งงาน และการแสดงดนตรีของคนในสังคมชั้นสูง นำท่านถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกกับ St. Jacobs Church

 

12.15 น.

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

 

14.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้น เดินทางต่อสู่ เมืองเทรบีค (Trebic) (ประมาณ 34 กม. ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที) เมืองทีมีความสำคัญทางศาสนา นำท่าน เข้าชมโบสถ์ สวาเตโฮ โปรโคปา (Basilica of St.Procope) โบสถ์ศิลปะโรมาเนสโกธิค ซึ่งมีอายุยาวนานกว่าศตวรรษ และเป็นโบสถ์ที่แสดงถึงการดำรงอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมชาวยิวและชาวคริสเตียน บริเวณโบสถ์เป็นชุมชนย่านชาวยิวซึ่งมีวิถีชีวิต  มีศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อิสระให้ท่านเดินทางเล่นตามอัธยาศัยในย่านชาวยิว ซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่สถาปัตยกรรมบ้านเรือนขนาดเล็กน่ารัก และทางเดินที่แสนโรแมนติก เดินทางสู่ เมืองเบอร์โน (Brno) (ประมาณ 68 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.)  เมืองหลวงของเขตเซาท์โมราเวีย เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของรองจากกรุงปราก ตั้งอยู่ทางตอนตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ นำท่านชม เมืองเก่าเบอร์โน ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1641 อาคารในเมืองเก่าย่านคนเดินเท้า มีเสน่ห์ในสไตล์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิมและถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ผ่านชม Villa Tugendhat บ้านหลังนี้เป็นสถานที่หนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมือง ก่อสร้างเมื่อปีค.ศ.1930 เป็นบ้านหลังแรกที่มีสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น เจ้าของบ้านชาวยิวทำโรงงาน ตั้งใจสร้างบ้านนี้ให้ครอบครัวได้อยู่อาศัยกัน แต่สร้างบ้านเสร็จได้ 8 ปี ก็ต้องลี้ภัยออกจากประเทศ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านถูกทำลายและต่อมากลายเป็นโรงพยาบาลและโรงเรียนจนกระทั่งกลายเป็นสมบัติของเมืองในที่สุดได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ แวะถ่ายรูป กับ Spilberk Castle และ โบสถ์ปีเตอร์แอนด์พอล (Cathedral of St. Peter and Paul)

 

18.30 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

พักที่โรงแรม HOTEL VORONE? หรือเทียบเท่า

 

4.วันที่สี่ของการเดินทาง    เบอร์โน – คุทน่า ฮอร่า – ปราก 

08.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่เมือง คุทน่า ฮอร่า (ระยะทาง 174 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม.)  เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเขตเซ็นทรัลโบฮีเมีย เป็นเมืองที่สำคัญมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากกรุงปราก ของอาณาจักรโบฮีเมียน ในอดีตเป็นเมืองที่มีเหมืองแร่เงิน ที่สำคัญของยุโรป ปัจจุบันองค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก นำท่านเข้าชมโบสถ์เซ็นต์บาบาร่า (St.Barbara’s Cathedral) ที่เป็นศิลปะแบบโกธิก เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกชั้นสูงตอนปลายที่ไม่เหมือนใคร การก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้เริ่มขึ้นตอนปลายศตวรรษที่ 14 โบสถ์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของหอศิลป์ภาพจิตกรรมยุคเรอเนสซองซ์และโกธิกตอนปลาย จากนั้น นำท่านเข้าชมโบสถ์คอสนิสยะ (Kostnice Ossuary) หรือ โบสถ์กระดูก เป็นโบสถ์สุสานเล็กๆ ตั้งแต่ตอนปลายของศตวรรษที่ 14 และได้ถูกสร้างใหม่ในสไตล์บารอก โดยเจบี ซาน ตินี่ ปรับเปลี่ยนให้เป็นงานศิลปะแห่งความตายอันน่ากลัว ประดับตกแต่งด้วยกระดูกมนุษย์ ทำเป็นฝ้า เพดาน โคมไฟระย้า แท่นบูชา โดยกระดูกที่ใช้นี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มาจากสุสานที่อยู่ติดกัน

 

12.30 น.

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

 

13.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

เดินทางสู่กรุงปราก (ระยะทาง 97 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.10 ชม.)  เมืองหลวงของสาธารณรัฐเชค  ซึ่งนับว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของยุโรปตะวันออก   นำชมย่านเมืองเก่า Old Town Square เดินเที่ยวชมย่านจัตุรัสสตาโรเมสเค่ (Staromestske Square) จัตุรัสที่ตั้งอยู่ย่านเมืองเก่า ท่านจะได้เห็น นาฬิกาดาราศาสตร์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อดั้งเดิมในสมัยนั้น ที่เชื่อว่าโลกนั้นเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง และจักรวาล ฉะนั้นนาฬิกานี้จึงแสดงการโคจรของพระอาทิตย์อยู่รอบโลก ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครบรอบของทุกชั่วโมง รูปปั้นโครงกระดูกจะกระตุกระฆังเป็นสัญญานบอกเวลา ประตูหอนาฬิกาจะเปิดออกพร้อมแสดงเหล่าสานุศิษย์ของพระคริสต์ 12 คน

 

18.30 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารไทย

ที่พักโรงแรม HOTEL Vienna House Diplomat Prague หรือเทียบเท่า

 

5.วันที่ห้าของการเดินทาง  ปราก – ปราสาทปราก – สะพานชาร์ลส

07.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านเที่ยวชม ปราสาทแห่งกรุงปราก  ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวา อดีตที่ประทับจักรพรรดิแห่งโบฮีเมีย ปัจจุบันเป็นที่ทำการของคณะรัฐบาล นำท่านชมวิวสวยบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นตัวเมืองปรากที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ท่านจะเห็นถึงชื่อที่มาของเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด โดยท่านจะเห็นยอดแหลมของอาคารต่างๆมากมายรวมทั้งยอดโบสถ์ต่างๆอีกด้วย นำท่านเดินผ่านเขตอุทยานที่สวยงาม ชมอาคารสำคัญๆมากมาย จากนั้นนำท่าน เข้าชม มหาวิหารเซนต์วิตัส   มหาวิหารประจำราชวงศ์ซึ่งสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ที่ประดับด้วยกระจกสีสแตนกลาสอย่างสวยงาม เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ และเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทําขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทําให้กรุงปรากเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโบฮีเมียและจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเก็บภาพความประทับใจกับ มหาวิหารบาซิลลิกา ออฟ เซนต์จอร์จ (The Basilica of St George)

 

12.30 น.

 

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีน

 

บ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำท่านเดินทางสู่ เดอะโกลเดนเลน สถานที่เคยเป็นที่อยู่ของช่างเล่นแร่แปรธาตุในยุคแรก ๆ และเปลี่ยนมาเป็นที่พักขององครักษ์ มหาดเล็กและปัจจุบันเป็นแกลอรี่ หรือร้านขายของที่ระลึกต่างๆ

จากนั้น นำท่านชม สะพานชาร์ลส (Charles Bridge) สัญลักษณ์สำคัญของปรากที่มีชื่อเสียงที่สุด  เป็นสะพานเก่าแก่ที่สุดในเมือง สร้างโดยพระเจ้าชาร์ลสที่ 4 แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อปี ค.ศ. 1357 เพื่อทดแทนสะพานแห่งเดิมที่พังทลายจากน้ำท่วม  สะพานชาร์ลสเชื่อมฝั่งปราสาทปรากทางตะวันตกเข้ากับเขตเมืองเก่าทางตะวันออก มีความยาว 516 เมตร และกว้างถึง 10 เมตร  มีเสาค้ำยัน 16 ต้น สองข้างสะพานประดับไปด้วยรูปปั้นของนักบุญในศาสนาคริสต์ทั้งหมด 30 รูป  ที่โดดเด่นที่สุดคือรูปปั้นของเซนต์จอห์น เนโปมุก (St.John Nepomuk) ตามตำนานบอกว่าท่านถูกโยนลงแม่น้ำวัลตาวาโดยกษัตริย์พระองค์หนึ่ง เนื่องจากปฏิเสธที่จะเปิดเผยความลับว่าพระราชินีของพระองค์มาสารภาพบาปว่าอะไร ใต้รูปปั้นมีแผ่นทองเหลืองภาพนูนต่ำ ว่ากันว่าถ้าใครได้มาลูบแผ่นทองเหลืองนี้จะได้กลับมาเยือนปรากอีกครั้ง

 

ค่ำ

 

 

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร

ที่พักโรงแรม HOTEL Vienna House Diplomat Prague หรือเทียบเท่า

 

6.วันที่หกของการเดินทาง  ปราก– คาร์โลวี่วารี่ – มาเรียนส์เก ลาซเน่– เรเกนสบวร์ก

07.00 น.

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

08.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำท่านเดินทางสู่  คาร์โลวี่วารี่ KARLOVY VARY  (ระยะทาง 130 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1.50 ชั่วโมง) เมืองแห่งน้ำแร่ที่ใหญ่สุดของประเทศเชค ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำเทปลา (Tepla River) ไหลหล่อเลี้ยงเมือง โดยตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358   เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในน้ำพุร้อน นับแต่นั้นมาเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงเป็นต้นมา   จนถึงเดี๋ยวนี้ทั้งเมืองมีน้ำพุน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42–72 องศาเซลเซียสทั้งหมด 12 แห่ง สปาที่เมืองนี้มีชื่อไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ มีเจ้านายหลายพระองค์เคยเสด็จมาเยือน   อาทิ  จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาแห่งออสเตรีย,  พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซียและพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 1 แห่งปรัสเซีย ทำให้เมืองนี้กลายเป็นรีสอร์ทสุขภาพระดับโลก นอกจากนี้คาร์โลวี วารียังได้ชื่อว่าเป็นที่ชุมนุมของเหล่าศิลปินชื่อดังด้วย ไม่ว่าจะเป็นเกอเธ่, บีโธเฟน หรือริชาร์ด วากเนอร์ นำท่านชม บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งมีแท่นน้ำพุน้ำแร่ มีอุณหภูมิตั้งแต่ 30, 50 และ 72 องศาเซลเซียสให้ได้ลองดื่ม การดื่มน้ำแร่ที่นี่นั้นต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วทำจากพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ ในสมัยก่อนมีแพทย์หลายคนได้ใช้วิธีการบำบัดด้วยน้ำแร่ โดยการใช้น้ำดื่มเข้าไปในปริมาณมากๆ เป็นการล้างลำไส้ จากนั้นจึงแช่น้ำแร่เพื่อกระตุ้นการทำงานของโลหิตและกระชับรูขุมขน เนื่องจากในสมัยก่อนเมืองนี้เป็นเมืองแห่งการบำบัดรักษา ด้วยน้ำแร่ของเชื้อพระวงศ์ของยุโรปและชนชั้นสูง ทำให้อาคารต่างๆ ได้รับการตกแต่งอย่างเข้ากัน บ้างตกแต่งด้วยเฟรสโก้ บ้างตกแต่งด้วยโมเสกหลากสี ทำให้เมืองนี้ท่านสามารถเดินได้ไม่รู้เบื่อ ขณะเดียวกันก็สามารถดื่มชิมแหล่งน้ำแร่ในเมืองที่มีกว่า 12 จุด นอกจากนี้ท่านยังได้มีโอกาสชิมเวเฟอร์สอดใส้รสต่าง ๆ อาทิรสมะนาว รสช็อกโกแลต รสวานิลา และในเมืองยังมีร้านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองอีกมากมาย อาทิ เครื่องแก้วโบฮีเมียซึ่งขึ้นชื่อระดับโลกที่ล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 สั่งผลิตติดตราพระปรมาภิไธยนำมาใช้ในพระราชวัง อำพันสีเหลืองที่มีเหล่าแมลงอยู่ภายใน ทำให้เกิดจิตนาการกลายเป็นภาพยนตร์เรื่อง ”จูราสสิคปาร์ค” สะเก็ดหินดาวตกที่เชื่อว่าให้พลังจักรวาลแก่ผู้สวมใส่ นอกจากนี้ยังมีสินค้าพื้นเมืองอื่น ๆ อีกที่รอท่านไปช้อปปิ้ง

 

12.00 น.

 

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีน

 

13.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำท่านเดินทางสู่เมืองมาเรียนส์เก ลาซเน่ MARIANSKE LAZNE (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที) นำท่านชมความสวยงามของเมืองแห่งสปาน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ เมืองมาเรียนส์เก ลาซเน เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงทางด้าน บ่อน้ำแร่ - น้ำพุร้อน ระดับโลกอีกแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐเชค อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งสปา" ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและผืนป่าอันสีเขียวขจี เยี่ยมชม บ่อน้ำพุร้อนต่างๆรอบๆตัวเมือง โดยบ่อแรกที่จะไปเยือน คือ บ่อน้ำพุร้อนครีโซวี หรือ ครอสสปริง เป็นบ่อน้ำพุ ร้อนที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดที่สุดของเมืองมาเรียนส์เก ลาซเน โดยบ่อน้ำพุ้ร้อนครีโซวี เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีธาตุเหล็กในปริมาณสูง อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าน้ำในบ่อน้ำพุร้อนยังมีสรรพคุณในเรื่องของการรักษา โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงโรคภูมิแพ้อีกด้วย

 

15.30 น.

 

 

 

 

 

 

นำท่านเดินทางสู่เมืองเรเกนสบวร์ก ซึ่งใช้เส้นทางเชื่อมต่อสู่เมืองมิวนิค (ระยะทาง 149 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1.40 ชม.) เมืองเรเกนสบวร์ก (Regensburg) เป็นเมืองใหญ่ติดอันดับ 5 ในเสรีรัฐบาวาเรียซึ่งอยู่ทางใต้ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีอายุเก่าแก่ประมาณ 2000 ปี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโดเนาซึ่งเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในเยอรมนีและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป เป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก Unesco

นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Altstadthotel Arch หรือเทียบเท่า

 

19.00 น.

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม

 

7.วันที่เจ็ดของการเดินทาง เรเกนสบวร์ก – มิวนิค – กรุงเทพฯ

08.00 น.

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

09.00 น.

 

 

อำลาที่พัก จาก เรเกนสบวร์ก นำท่านสู่มิวนิค  มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติมิวนิค

(ระยะทาง 122 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชม)

 

11.30 น.

 

 

เช็คอินไฟล์ท TG-925 โหลดสัมภาระต่างๆ

รับประทานอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย

 

14.25 น.

 

 

ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG925

(บริการอาหารและเครื่องดื่ม บนเครื่อง)

 

8.วันที่แปดของการเดินทาง  สนามบินสุวรรณภูมิ

06.05 น.

 

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และ ความประทับใจ

 

Hotel The Old Inn Hotel The Old Inn
สถานที่ตั้ง: Czech Republic / Cesky Krumlov

ด้วยที่ตั้งในใจกลางเมืองCesky Krumlov โรงแรมนี้อยู่ห่างจากTown Hall, The Museum of wax scupltures and Musem of exectuion right และWax Museum เพียงไม่กี่ก้าว ในขณะที่ The Chaplain's House และ Jakoubek House อยู่ห่างไปโดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 5 นาที

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

สามารถรับประทานอาหารได้จาก 2 ห้องอาหารของโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ พื้นที่ส่วนกลางมี WiFi ความเร็วสูงให้บริการฟรี โรงแรมในCesky Krumlovแห่งนี้มี บริการจองทัวร์/ตั๋ว พนักงานที่พูดได้หลายภาษา และ ร้านขายของที่ระลึก/แผงขายหนังสือพิมพ์ มีบริการที่จอดรถภายในโรงแรม (คิดค่าบริการ) ผู้เข้าพักสามารถใช้สระว่ายน้ำในร่ม และเฮลท์คลับได้ที่สถานที่ให้บริการพาร์ทเนอร์ของเรา

  • บาร์/เลานจ์ 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 52 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • จำนวนชั้น - 3 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ 
  • มีอาหารเช้า (คิดค่าบริการ) 
  • บริการคอนเซียร์จ
  • ลิฟต์ 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว 
  • Wifi ฟรี 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา 
  • ปีที่สร้าง 2001 
  • จำนวนร้านอาหาร - 2 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • จำนวนสิ่งปลูกสร้าง/อาคาร - 3     

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • โทรศัพท์ 
  • มินิบาร์ 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • ไดร์เป่าผม 
  • ตู้นิรภัยในห้องพัก 
  • บริการทีวีดาวเทียม 
  • Wifi ฟรี 
  • เครื่องปรับอากาศ 

 


Orea Hotel Voronez Orea Hotel Voronez
สถานที่ตั้ง: Czech Republic / Brno

โรงแรมสำหรับครอบครัวแห่งนี้ ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจในเบอร์โน สามารถเดินไปศูนย์แสดงสินค้า Brno และMendel Museum ได้ใน 15 นาที ส่วนBrno City Museum และปราสาท Spilberk อยู่ห่างจากโรงแรมไปไม่เกิน 2 กม.

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

Orea Hotel Voronez มีซาวน่า และฟิตเนส สามารถรับประทานอาหารได้จาก 2 ห้องอาหารของโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ ให้บริการอาหารเช้าฟรีทุกวันสำหรับแขกที่พักในโรงแรม ให้บริการ Wi-Fi ความเร็วสูงฟรี

โรงแรม 4 ดาวแห่งนี้มีศูนย์ธุรกิจ 24 ชั่วโมง บริการรถลิมูซีน และห้องประชุม มีห้องประชุม 3 ห้อง โรงแรมสำหรับครอบครัวแห่งนี้มีลานระเบียง บริการจองทัวร์/ตั๋ว และพนักงานที่พูดได้หลายภาษา โรงแรมมีที่จอดรถจำกัด และจะให้บริการตามลำดับก่อนหลัง (คิดค่าบริการ)

Orea Hotel Voronez เป็นที่พักปลอดบุหรี่

  • Wifi ฟรี 
  • โรงแรมปลอดบุหรี่ 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 368 
  • จำนวนชั้น - 10 
  • ร้านทำผม 
  • กาแฟ/ชาในพื้นที่ส่วนกลาง 
  • หนังสือพิมพ์ฟรีในล็อบบี้ 
  • อาหารเช้าฟรี 
  • พื้นที่จัดการประชุม 
  • บริการซักรีด/ซักแห้ง 
  • ลิฟต์ 
  • ฟิตเนส 
  • บาร์/เลานจ์ 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • ห้องประชุม 1 ห้อง

 

  • ที่จอดรถ (พื้นที่จำกัด) 
  • ลานระเบียง 
  • กล่องนิรภัยที่ฝ่ายต้อนรับ 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • ที่จอดรถ RV รถบัส และรถบรรทุก (คิดค่าบริการ) 
  • ที่จอดรถฟรีในบริเวณใกล้เคียง 
  • ศูนย์ธุรกิจ 24 ชั่วโมง 
  • จำนวนห้องประชุม - 3 
  • ซาวน่า 
  • ทีวีในพื้นที่ส่วนกลาง 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ 
  • มีบริการรถลิมูซีน 
  • ศูนย์จัดการประชุม 
  • ปีที่สร้าง 1979 
  • จำนวนร้านอาหาร - 2 
  • จำนวนสิ่งปลูกสร้าง/อาคาร - 1 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • ทีวีจอแบน 
  • มีเครื่องนอนป้องกันสารก่อภูมิแพ้ 
  • ผ้าม่านกันแสง 
  • มินิบาร์ 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • บริการเปิดเตียง 
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี 
  • ไดร์เป่าผม 
  • มีทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำ   

 

  • บริการทีวีดาวเทียม 
  • โต๊ะทำงาน 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • อ่างอาบน้ำแบบแช่ตัว 
  • รูมเซอร์วิส (จำกัดเวลาบริการ) 
  • เปล/เตียงเด็กอ่อนฟรี 
  • มีห้องที่เชื่อมต่อ/ติดกันให้บริการ 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ) 
  • ตู้นิรภัยในห้องพัก 
  • Wifi ฟรี

 


Vienna House Diplomat Prague Vienna House Diplomat Prague
สถานที่ตั้ง: Czech Republic / Prague

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในบริเวณปราก 6 ภายในระยะ 2 กม. จากHotel Crowne Plaza, ปราสาทปราก และมหาวิหารเซนต์วิตัส ส่วนGenerali Arena และอารามสตราฮอฟ อยู่ห่างจากโรงแรมไปไม่เกิน 3 กม.

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

 

นอกจากอ่างสปา Vienna House Diplomat Prague ยังมีซาวน่าและฟิตเนส สามารถรับประทานอาหารได้จาก 3 ห้องอาหารของโรงแรม และดื่มกาแฟได้ที่ร้านกาแฟ/คาเฟ่ และคุณยังสามารถนั่งผ่อนคลายและสั่งเครื่องดื่มจาก 2 บาร์/เลานจ์ของโรงแรม ให้บริการอาหารเช้าฟรีทุกวัน มีเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อม Wi-Fi ความเร็วสูงให้บริการฟรี

โรงแรม 4 ดาวแห่งนี้มีศูนย์ธุรกิจ บริการรถลิมูซีน และห้องประชุม โรงแรมเหมาะสำหรับการจัดประชุมธุรกิจแห่งนี้มีดาดฟ้า บริการสปา และห้องสมุด มีรถรับส่งสนามบิน (ตามคำขอ) ให้บริการแก่ผู้เข้าพักโดยคิดค่าบริการเพิ่มเติม มีบริการที่จอดรถภายในโรงแรม (คิดค่าบริการ)

  • ห้องทรีทเมนต์สปา 
  • ห้องอบไอน้ำ 
  • ซาวน่า 
  • อ่างสปา 
  • อาหารเช้าฟรี 
  • หนังสือพิมพ์ฟรีในล็อบบี้ 
  • มีบริการรถลิมูซีน 
  • บริการรถรับส่งสนามบิน (คิดค่าบริการ) 
  • ศูนย์ธุรกิจ 
  • พนักงานเปิดประตู/ยกกระเป๋า 
  • บริการเช็คเอาท์ด่วน 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • กล่องนิรภัยที่ฝ่ายต้อนรับ 
  • บริการเช็คอินด่วน 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 398 
  • จำนวนชั้น - 10 
  • บริการสปาภายในบริเวณโรงแรม 
  • Wifi ฟรี 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ 
  • ที่ช้อปปิ้งภายในบริเวณโรงแรม 
  • ร้านทำผม 
  • ATM/ธนาคาร 
  • บริการซักรีด/ซักแห้ง 
  • ลิฟต์ 
  • จำนวนบาร์/เลานจ์ - 2 
  • ร้านกาแฟ/คาเฟ่ 
  • บริการคอนเซียร์จ 
  • ฟิตเนส 
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ 
  • ดาดฟ้า 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว 
  • ห้องสมุด 
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในการซักรีด 
  • ห้องประชุม 25 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • จำนวนร้านอาหาร - 3

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • เครื่องเล่นดีวีดี 
  • รูมเซอร์วิส (จำกัดเวลาบริการ) 
  • เครื่องปรับอากาศ 
  • ผ้าม่านกันแสง 
  • เครื่องควบคุมอุณหภูมิในห้องพัก (เครื่องปรับอากาศ) 
  • ตู้เย็น 
  • เครื่องชงกาแฟ/ชา 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี 
  • ไดร์เป่าผม
  • อ่างอาบน้ำหรือฝักบัว 
  • บริการเคเบิลทีวี 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • โต๊ะทำงาน 
  • ทีวีจอแบน 
  • Wifi ฟรี 
  • มีบริการนวดในห้องพัก 
  • ห้องพักเก็บเสียง 
  • เปล/เตียงเด็กอ่อนฟรี 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ)

 

 

 


Altstadthotel Arch Altstadthotel Arch
สถานที่ตั้ง: Czech Republic / Regensburg

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในบริเวณเมืองเก่า สามารถเดินไปReichstag Museum และวิหาร Regensburg ได้ใน 10 นาที ในขณะที่ Trinity Evangelical Lutheran Church และ Kepler-Gedächtnishaus อยู่ห่างไปโดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 5 นาที

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ ผู้เข้าพักสามารถรับประทานอาหารเช้าฟรีทุกวันและได้รับงานเลี้ยงแบบรีเซฟชั่นฟรีฟรีในบางวันพื้นที่ส่วนกลางมี WiFi ความเร็วสูงให้บริการฟรี

มีห้องประชุม 5 ห้อง โรงแรมในเรเกนสบูร์กแห่งนี้มี บริการจองทัวร์/ตั๋ว พนักงานที่พูดได้หลายภาษา และ อุปกรณ์ซักรีด

  • บาร์/เลานจ์ 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 91 
  • กล่องนิรภัยที่ฝ่ายต้อนรับ 
  • จำนวนชั้น - 4 
  • อาหารเช้าฟรี 
  • บริการซักรีด/ซักแห้ง 
  • บริการเช็คอินด่วน 
  • บริการเช็คเอาท์ด่วน 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว

 

  • Wifi ฟรี 
  • ลิฟต์ 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในการซักรีด 
  • ที่ช้อปปิ้งภายในบริเวณโรงแรม 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา 
  • มีส่วนลดสำหรับที่จอดรถนอกสถานที่ 
  • ปีที่สร้าง 1980 
  • จำนวนห้องประชุม - 5 
  • งานเลี้ยงต้อนรับฟรี 
  • จำนวนสิ่งปลูกสร้าง/อาคาร - 2 

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • ช่องทีวีพรีเมียม 
  • เครื่องนอนระดับพรีเมียม 
  • หนังสือพิมพ์ฟรี 
  • น้ำดื่มบรรจุขวดฟรี 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี 
  • ไดร์เป่าผม

 

  • อ่างอาบน้ำหรือฝักบัว 
  • โต๊ะทำงาน 
  • ทีวี 
  • ผ้าม่านกันแสง 
  • บริการเคเบิลทีวี 
  • Wifi ฟรี 
  • อินเทอร์เน็ตแบบ Dial-up (คิดค่าบริการ) 
  • เปล/เตียงเด็กอ่อน (คิดค่าบริการ) 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ)

 


Germany / Munich
ข้อมูลทั่วไป
          มิวนิคเป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย มิวนิคเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปตัวเมืองมีประชากร 1.3 ล้านคน และ 2.7 ล้านคนในเขตเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์
          มิวนิคเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนี โครงการริเริ่ม “Neue Soziale Marktwirtschaft (INSM)” (เศรษฐกิจตลาดสังคมใหม่) และนิตยสาร “Wirtschafts Woche” (ธุรกิจรายสัปดาห์) ให้คะแนนมิวนิคสูงที่สุดในการสำรวจเปรียบเทียบ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 (เป็นครั้งที่สาม) มิวนิคยังเป็นอันดับหนึ่งในการจัดอันดับโดยนิตยสาร “Capital” ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ที่จัดอันดับแนวโน้มเศรษฐกิจระหว่าง พ.ศ. 2545 - 2554 ของเมือง 60 เมืองในประเทศเยอรมนี ท่าอากาศยานนานาชาติฟรานซ์ โจเซฟ สเตราส์ ในมิวนิค เป็นสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ รองจากท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต

สภาพอากาศ
          มิวนิคมีสภาพอากาศแบบภาคพื้นทวีป สภาพอากาศที่รุนแรงบางครั้งเกิดโดยการที่อยู่ใกล้กับเทือกเขาแอลป์ ความสูงของเมืองและความใกล้ชิดกับเทือกเขาแอลป์แสดงถึงการมีปริมาณหิมะตกที่สูง พายุฝนมักจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดไม่ถึง อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน หรือฤดูหนาวและฤดูร้อนอาจแตกต่างกันมาก ลมอุ่นจากเทือกเขาแอลป์ (เรียกว่า ลมเฟิห์น) สามารถเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้รวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้แต่ในฤดูหนาว
          ฤดูหนาวมีช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมีนาคม เมืองมิวนิคประสบกับฤดูหนาวที่หนาวจัด ซึ่งฝนตกหนักสามารถเกิดขึ้นได้ในฤดูหนาว แต่ไม่บ่อยนัก ช่วงเดือนที่หนาวที่สุดคือมกราคม ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -1 องศาเซลเซียส (30 องศาฟาเรนไฮต์) หิมะจะปกคลุมอย่างน้อย 2 อาทิตย์ในฤดูหนาว ส่วนในฤดูร้อนจะมีอากาศเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 23 องศาเซลเซียส (73 องศาฟาเรนไฮต์) โดยเดือนที่ร้อนที่สุดคือกรกฎาคม ช่วงเวลาฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. ปราสาทนอยชวานชไตน์(Neuschwanstein Castle)
เดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางไหล่เขาสู่ สะพานควีนแมรี่ ซึ่งเป็นจุด ชมวิวปราสาทที่ดีที่สุดชมความสวยงามของป่าไม้ และบ้านพักสไตล ์ชาเล่ย์ ที่ประดับประดาไป ด้วยดอกไม้หลากหลายสี ชมทิวทัศน์อันงดงามของตัว ปราสาทท ที่โดดเด่น มีทะเลสาบและธาร น้ำล้อมรอบ ภายในตัวปราสาทที่ตกแต่งไว้อย่างอลังการ ปราสาทนี้สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 18–19รัชสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่ 2ตามจินตนาการ ของคีตกวีชาวเยอรมนี ริชาร์ดวากเนอร์ พระสหายคู่ พระทัย ชม ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม,ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต รับฟังเรื่องราวอันน่าสลดใจ ของผู้ที่ สร้างปราสาทแห่งนี้
 
2. จตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz)
Marienplatz (มาเรียนพลัทซ์) หรือ Mary's Square (จตุรัสมาเรีย หรือ จตุรัสแมรี่)
อยู่กลางใจเมืองของนครมิวนิค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1158 (850 ปีมาแล้ว)ตั้งแต่ยุโรปสมัยกลาง (Middle Ages) เป็น " หัวใจ " ของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มาเรียนพลาตซ์ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูงศาลาว่าการเมืองใหม่ ( Neuse Rathaus ) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆัง ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และ 5 โมงเย็นในหน้าร้อน รถไฟฟ้าใต้ดินสาย U3/U6 และรถไฟ S-Bahn ลงที่สถานีมาเรียนพลาตซ์
 
3. เรสซิเดนซ์ (Residentz) 
พระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ มิวนิค ที่ซึ่งเป็นที่ประทับและศูนย์กลางอำนาจของกษัตริย์บาวาเรียนมานาน ปัจจุบันห้องมีจำนวน 130 ห้อง ภายในพระราชวังเป็นสถานที่จัดแสดงสมบัติล้ำค่ามากมายทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพเขียน เครื่องเคลือบ และเครื่องเงิน ไฮไลท์ที่ควรเยี่ยมชมคือ Antiquariumห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม(Residentz) ตั้งอยู่ที่ Residentzstrasse 1 ในย่านใจกลางเมือง เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ ในเมืองเมษายน-ตุลาคม เวลา 9.00-18.00 น. เดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เปิดเวลา 10.00-16.00 น. ค่าเข้าชม 5 ยูโรเด็กไม่เสียเงิน โทร. +49 (0)89-2906-71
 
4. โอลิมปิคปาร์ก (Olympic Park)
ศูนย์กีฬาขนาดใหญ่สำหรับการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่มิวนิคเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1972 ปัจจุบันนี้โอลิมปิกปาร์กเปรียบเหมือนส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตชาวเมือง ที่นี่เป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สำคัญ 2 อย่างของมิวนิค คือ หอโทรคมนาคม สูง 290เมตร และสเตเดียมทันสมัยสร้างแบบหลังคาเต็นท์ด้วยแท่งสลิงเหล็กยึดแขวนแผ่นอะครีลิกโปร่งแสงที่คลุม เป็นหลังคาเหมือนใยแมงมุม ถ้าไม่กลัวความสูง สามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวชั้นบนสุดได้ (เสียค่าขึ้น 3 ยูโร) ภายในโอลิมปาร์กแห่งนี้ยังมีสระว่ายน้ำ และที่เล่นสเก็ตสำหรับผู้รักการออกกำลังกายทั้งหลาย โอลิมปาร์ก ตั้งอยู่ที่ Spiridon Louis-Ring 21 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-23.30 น. โทร. +49 (0) 89-3067-2414 รถไฟใต้ดินสาย U3 ลงสถานี Olympiazentrum
 
5. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรียน (The Bavarian National Museum) 
อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมและศิลปะ โดยพระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 2 จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์นี้คือ คอลเลกชั่นงานศิลป์ชั้นยอด ตั้งแต่ยุคกลางเรื่อยมาจนถึงอาร์ตนูโว จัดแสดงเต็มพื้นที่ทั้ง 3 ชั้น ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวัฒนธรรมและศิลปะยุโรปในยุคต่าง ๆ ผ่านทางภาพเขียน เฟอร์นิเจอร์ งานหัตถกรรม เครื่องดนตรี และอาวุธในสมัยโบราณพิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรียนตั้งอยู่ที่ Prinzregentenstenstrasse 3 เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. วันพฤหัสบดีเปิดเวลา 10.00-20.00 น. โทร +49 (0) 89-2112-401
 
6. ตลาดวิคทัวเลียน (Viktualienmarkt)
ถูกค้นพบในปี 1807 เป็นตลาดผักและผลไม้สดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ที่ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาซื้อและหาของกิน ตั้งแต่ผักสด ๆ จากฟาร์มไปจนถึงผลไม้นำเข้า รวมถึงแผงลอยที่ขายอาหารทานเล่น เช่น ชีส ฮอตด็อก หรือไส้กรอกอีกนับไม่ถ้วนViktualienmarket เปิดวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 7.00-20.00 น. วันเสาร์ 7.00-16.00 น. ปิดวันอาทิตย์ รถไฟฟ้าใต้ดินสาย U-Bahn และรถไฟ S-Bahn ลงที่สถานีมาเรียนพลาตซ์ 
 
7. พิพิธภัณฑ์นอย พิกาโกเทค (Neue Pinakothek) 
พิพิธภัณฑ์ศิลปะพินาโกเทคยุคใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอัลเท่อ พินาโกเทค (The Alter Pinakothek ) จัดแสดงภาพวาดและงานปติมากรรมยุโรปตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถึงศตวรรษที่ 20 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่งานศิลปะเยอรมันในสมัยศตวรรษที่ 19 คอลเลกชั่นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่เก็บรวบรวมคอลเลกชั่นดี ๆ ของงานศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์จากประเทศอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ในสมัยศตวรรษที่ 19อีกด้วยNeue Pinakothek ตั้งอยู่ที่ Barer Stasse 29 โทร. +19 (0) 89-2380-5195 เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ปิดวันอังคาร ค่าเข้าชม 5 ยูโร วันอาทิตย์เข้าฟรี รถไฟฟ้าใต้ดินสาย U2/U8 ลงที่ Theresienstasse รถรางสาย 27 ลงสถานี Pinakothek รถเมล์สาย 53 ลงป้าย Schellingstrasse

Germany / Passau

พาสเซาเป็นเมืองมหาวิทยาลัยเมืองหนึ่งที่เป็นเขตอิสระ ในพื้นที่บริหารปกครองของเขตบาเยิร์นตอนล่าง อยู่บริเวณตะเข็บชายแดนติดกับประเทศออสเตรียและเป็นพื้นที่ที่บรรจบกันของแม่น้ำดานูบ แม่น้ำอินน์ และแม่น้ำอิลซ์ จึงถูกขนานนามว่า เมืองแห่งแม่น้ำสามสาย มีประชากรอาศัยอยู่ราว 51,000 คน ซึ่งถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเขตปกครอง

 

ภูมิศาสตร์

เมืองพาสเซาตั้งอยู่บนที่บรรจบกันของแม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำดานูบ แม่น้ำอินน์และแม่น้ำอิลซ์ ทั้งสองสายแรกไหลผ่านบริเวณป่าบาวาเรียช่วงที่มีการแทรกดันตัวของผิวเปลือกโลกเมื่อครั้งปลายยุคหินใหม่ ทำให้เกิดการก่อตัวของผลึกแร่หินขึ้นและนี่เองที่สายน้ำไหลตัดกันและคงสภาพที่เปลือกโลกเหลื่อมตัวขึ้นทับซ้อนกัน ลักษณะดังกล่าวเป็นระลอกการปลดปล่อยพลังงานระดับสูงออกมา

 

เมืองพาสเซามีอิทธิพลอย่างมากต่อการศึกษาเกี่ยวกับศิลาวิทยา พบได้ทั่วไปคือพวกหินแปร เช่น หินไนส์ และ Diatexiten ซึ่งกระจายอยู่ในสถานที่หลายแห่งเป็นหินพลูโตนิกตั้งแต่ยุคพาลีโอโซอิก เมื่อประมาณ 542-251 ล้านปีที่แล้ว หินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิตหลากหลายชนิด ในขณะที่หินไดออไรต์จะพบเป็นระยะๆเท่านั้น สองพื้นที่หลักที่มีลักษณะพิเศษของผิวเปลือกโลกที่ว่านี้คือ ที่เขตบาวาเรียและพาสเซาเชื่อมต่อไปยังตอนทิศเหนือของเขตเมือง ทางตอนใต้ของพาสเซามีชายแดนติดกับแอ่งน้ำที่เต็มไปดวยหินทรายบริเวณเชิงเขาแอลป์ พวกเศษอิฐเศษหินเหล่านี้เต็มไปด้วยตะกอนหินทรายทั้งจากน้ำจืดและน้ำทะเล มีความลาดชันเรื่อยลงมายังแม่น้ำดานูบและต่อไปยังแม่น้ำอินน์ที่อยู่ถัดลงมาตอนใต้ ลักษณะของพื้นที่นี้จะเป็นคลื่นเล็กน้อยเนื่องจากการไหลของดินและการกัดกร่อนของแม่น้ำเมื่อครั้งยุคน้ำแข็งที่ผ่านมา ตะกอนเฉื่อยเหล่านี้ทับถมกันเรื่อยมาจากการระบายน้ำของเทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ยังมีการพบตะกอนดินสีเหลืองอยู่เป็นระยะ

 

ภูมิอากาศ

เมืองพาสเซาตั้งอยู่ตำแหน่งที่ 48 องศาเหนือในซีกโลกเหนือ ส่งผลให้เมืองส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมพายุที่พัดมาจากทางทิศทางตะวันตก จะเห็นได้จากแผนภูมิแสดงสภาพภูมิอากาศว่าภูมิอากาศที่อบอุ่นจะพัดเข้ามายังพาสเซาได้ การที่ในพาสเซามีสภาพที่ปะทะกันของภาคพื้นทวีปทำให้ลักษณะความต่างมีเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากในฤดูหนาวบางครั้งจะหนาวเย็นมากและมีหิมะปกคลุมไปทั่ว ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนอากาศก็จะร้อนและแห้ง อีกทั้งพายุฝนฟ้าคะนองจะเพิ่มขึ้นด้วย

 

โดยเฉลี่ยในฤดูร้อนจะมีระยะเวลา 36 วัน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25 องศาเซลเซียส แตกต่างจากฤดูหนาวที่ยาวนานถึง 115 วันซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เดือนที่มีปริมาตรน้ำฝนต่ำสุดคือตุลาคมและพฤศจิกายน ในทุกปีจะมีลักษณะที่เรียกว่า ฤดูร้อนแบบอินเดีย เกิดขึ้น อุณหภูมิในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ 21 องศาเซลเซียสขึ้นไปและเข้าสู่ภูมิอากาศที่อบอุ่นในปลายฤดู เนื่องจากมีห้วยหุบที่เป็นแอ่งลึกและการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำดานูบและแม่น้ำอินน์ทำให้บ่อยครั้งที่มีหมอกมากไปและหมอกที่ลอยตัวสูงจากพิ้นดิน

 

เขตต่างๆ ของเมือง

เมืองพาสเซาถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ 8 ส่วนด้วยกัน ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของเขตแดน หรือชุนชนสมัยก่อน ส่วนของเมืองยังถูกแบ่งย่อยต่อไปอีกในส่วนของสถานที่

 

ประวัติศาสตร์

การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแบบพวกเคลต์ ครั้งแรกอยู่ในช่วงวัฒนธรรมลาแตน (La Tène) บนเนินเขาของเขตเมืองเก่า มีท่าเรืออยู่ริมแม่น้ำดานูบ ปัจจุบันความสูงของมันเทียบได้กับศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ทางเข้าไปสู่ป้อมปราการของชนเผ่าโบอี (Boii) ซึ่งเป็นชนเผ่าเคลต์โบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด ชุมชนหลักในพื้นที่การปกครองของโรมันโบราณนี้ถูกยึดครองในช่วงแรกเมื่อ ๑๐๐ ปีหลังคริสตกาลโดยชาวโรมัน และส่วนของจังหวัด Raetia ตำแหน่งที่ตั้งในปัจจุบันของโดมก็มีปราสาทแบบโรมันของพวกปัตตาเวียนเกิดขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตกำแพงป้อมปราการ ชื่อปัตตาวิส (Batavis) มีที่มาจากทหารรับจ้างเผ่าเยอรมันนิคเชื้อสายปัตตาเวอร์ที่ได้กระจัดกระจายอยู่ จาก ปัตตาวิส ก็กลายเป็นชื่อ พาสเซา ในปัจจุบัน ในช่วงปลายจักรวรรดิไคเซอร์ได้มีปราสาท Boiotro หรือ Kastell Boiotro เกิดขึ้นริมชายฝั่งริมแม่น้ำอินน์ในเขต Noricum ของโรมัน กระทั่งการถอนตัวออกไปของพวกโรมัน พาสเซาในช่วงปี ค.ศ. 1600 ในปีค.ศ. 476 ชาวโรมันได้ละทิ้งภูมิภาคนี้ไป จากนั้นชนเผ่า Bajuwaren เชื้อสายเยอรมันนิคก็ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานกว่าครึ่งของเกาะบนคาบสมุทร ในปีค.ศ. 739 พาสเซากลายเป็นที่ประทับของพระสังฆราช ในเวลานี้เองมีการก่อตั้งมหาวิหารนีเดอร์นบวร์ก (Kloster Niedernburg) ขึ้น บางส่วนได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันกับผืนดินในบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอิลซ์

 

ในศตวรรษที่ 11 พระนางกิเซล่า ขนิษฐาของจักรพรรดิเฮนรี่ที่สองและยังเป็นราชินีม่ายของพระเจ้าสเตเฟ่น ที่ 1 กษัตริย์แห่งฮังการี ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าของคณะนักบวชหญิง เมื่อปีค.ศ. 999 ได้มีการถ่ายโอนอำนาจปกครองจากพระสังฆราช แห่งพาสเซา ระหว่างปีค.ศ. 1078 – 1099 พระสังฆราชแห่งพาสเซาได้สูญเสียสิทธิชั่วคราวในการปกครองเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ในเขตปกครองของพาสเซาและจากกษัตริย์ไฮน์ริช ที่ 4 และท่านเค้าท์อูลริค แต่ภายหลังจากที่ทั้งสองได้เสียชีวิต สิทธิในการปกครองดังกล่าวก็กลับไปสู่พระสังฆราชตามเดิม

 

เขตเมืองเก่าริมแม่น้ำอินน์ ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 12 งานช่างโลหะของพัสเซาจัดว่ามีความสำคัญมาก ปีค.ศ. 1217 พาสเซาได้กลายเป็นสังฆมณฑล ในปีค.ศ. 1161 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรีดริช บาร์บารอซซา ได้พระราชทานมหาวิหารนีเดอร์นบวร์กให้เป็นที่ประทับขององค์พระสังฆราช พาสเซาได้รับสถานะเป็นเมืองในปีค.ศ. 1225 มีการก่อกบฏหลายครั้งของประชาชนต่อการปกครองของมุขนายกผู้ครองนคร การก่อกบฏครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปีค.ศ.1367-1368 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในด้านอื่นๆสังฆมณฑลได้เจริญไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมากซึ่งมักกระตุ้นความโลภของดินแดนใกล้เคียงอยู่เนืองๆทั้งที่บาเยิร์นและออสเตรีย

 

เมื่อปีค.ศ.1622-1633 ได้มีการก่อตั้งวิทยาลัยปรัชญาและศาสนาขึ้น ปีค.ศ.1676 มีงานอภิเษกระหว่างกษัตริย์ลีโอโพล ที่ 1 กับ เอเลโอโนเร่ แห่งฟาล์ซ-นอยบวร์ก หลายต่อหลายครั้งที่พาสเซาต้องเผชิญกับอุทกภัยและอัคคีภัย ปีค.ศ.1662 เกิดไฟไหม้จนเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยเศษอิฐหินและขี้เถ้า หลังจากนั้นมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่อีกครั้งโดยฝีมือสถาปนิกชาวอิตาเลียนสองคนคือ Carlone และ Lurago ทำให้เมืองในปัจจุบันมีกลิ่นอายของศิลปะบาร็อค Hongping Wang 00:48, 6 ธันวาคม 2554 (ICT)

 

 


Czech Republic / Prague

N/A


 

--- โปรดสอบถาม ---

 

การชำระเงิน

  1. ชำระค่ามัดจำเป็นจำนวน 20,000 บาท ต่อท่าน สำหรับยืนยันการจองทัวร์
  2. ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 20 วันทำการ  

 

กรุณาโอนเงินที่หมายเลขบัญชี 

ภาษาไทย

ENGLISH

ธนาคาร :     กรุงเทพฯ

Bank :         Bangkok bank

ชื่อบัญชี :      บริษัท ส้มบิน จำกัด

A/C Name : FLYING ORANGE CO.,LTD.

เลขที่    :      939-3-00055-0

A/C No. :     939-3-00055-0

ประเภทบัญชี : กระแสรายวัน

Account :     Current

สาขา :         ย่อยจามจุรี สแควร์

Branch :       Chamchuree Square

หรือ

 

ภาษาไทย

ENGLISH

ธนาคาร :     กสิกรไทย

Bank :         Kasikorn

ชื่อบัญชี :      บริษัท ส้มบิน จำกัด

A/C Name : FLYING ORANGE CO.,LTD.

เลขที่    :      630-1-00031-4

A/C No. :     630-1-00031-4

ประเภทบัญชี : กระแสรายวัน

Account :     Current

สาขา :         ย่อยจามจุรี สแควร์

Branch :       Chamchuree Square

 

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 30 วัน คืนเงินให้เต็มจำนวน ยกเว้นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่าวีซ่า
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 20 วัน เก็บค่าดำเนินการท่านละ  10,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 10 วัน เก็บค่าดำเนินการท่านละ  20,000 บาท 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 5 วัน เก็บค่าดำเนินการ  75% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง ภายใน 5 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  1. สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่าน เปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  2. กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทาง
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจราจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธ หรือ สละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้  ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบก่อนเดินทาง 
แบบฟอร์มการจอง
close
ส้มบิน
*ชื่อผู้จอง:
*เบอร์โทรศัพท์:
*อีเมลล์:
จำนวนผู้โดยสาร:
รายชื่อผู้โดยสาร:
ยังไม่มีรายชื่อผู้โดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หรือสอบถามเพิ่มเติม:
 
ยืนยันการจอง
close
ส้มบินขอขอบคุณคะ,
เราได้รับข้อมูลจากท่านแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากท่านคะ.
Thank you,
Flying Orange Team.