Baltic-Finland
Product Code: GUE-04/17
Baltic-Finland 8 วัน 6 คืน
ราคาเริ่มต้นที่(บาท)
86,900.00
*ราคาต่อท่าน
8 วัน 6 คืน
ช่วงเวลาจอง: วันนี้ - เมษายน 2561
ช่วงเวลาเดินทาง: ธันวาคม 2560 - เมษายน 2561

ตามรอย….การที่ประชาชนตื่นรู้ ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อเรียกร้องเสรีภาพ

จนได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต ในปี ค.ศ. 1990

ด้วยการออกมายืนบนท้องถนน เส้นทางยาวกว่า 600 กม.

ทุกคนจับมือกันขับขานเสียงเพลงที่นำไปสู่เอกราชโดยสมบูรณ์ 

อัตราค่าบริการรวม

  • ตั๋วเครื่องบิน เส้นทาง :BKK–HEL- VNO // - HEL – BKK โดยสายการบินฟินแอร์ ชั้นประหยัดแบบกรุ๊ป
  • ค่าภาษีน้ำมัน ภาษีสนามบิน คิดตามอัตราวันที่
  • โรงแรมที่พัก 4 ดาว  พักห้องคู่  (พักเดี่ยวเพิ่มตามระบุ) 
  • อาหารทุกมื้อ ตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเทศ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ 
  • ค่าพาหนะในการเดินทาง พร้อมนำทัศนาจรตลอดเส้นทาง
  • ค่าขนย้ายสัมภาระกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • น้ำดื่ม วันละ 1 ขวด / วัน
  • ค่ากรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง  ตามเงื่อนไข
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงานจากโกลเบิลฯ  บริการตลอดการเดินทาง
  • ทิป คนขับรถ และไกด์ท้องถิ่น

 

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าอาหารสั่งพิเศษ อาหารว่างในห้องพัก ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  /   ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ทิป สำหรับไกด์ไทย (แล้วแต่ท่านเห็นสมควร)

 

เงื่อนไขการจองทัวร์และการชำระเงิน

  • ชำระค่ามัดจำการเดินทางท่านละ 20,000 บาท ภายใน 3 วันนับจากวันจองพร้อมส่งเอกสารให้กับบริษัท
  • ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทาง 20 วัน
  • ในกรณีที่ลูกค้าจองแล้วไม่ชำระค่ามัดจำการเดินทางตามกำหนดทางบริษัทฯ ถือว่าท่านสละสิทธิ์

1.วันแรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)- วีลนีอุส(ลิทัวเนีย)

06.30 น.

 

 

 

 

คณะเดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 8 เคาน์เตอร์เช็คอิน S ของสายการบินฟินน์แอร์ (AY)

***โปรดสังเกตป้าย บริษัท ส้มบิน*** พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนการเดินทาง

 

08.55 น.

 

 

ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ โดยสายการบิน

ฟินน์แอร์ เที่ยวบินที่  AY090  *ใช้เวลาบิน 10.25 ชม. (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

 

15.05 น.

 

 

ถึงสนามบินนานาชาติเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ (แวะต่อเครื่อง)

*เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม.

 

16.20 น.

 

 

ออกเดินทางต่อสู่ เมืองวีลนีอูส ประเทศลิทัวเนีย โดยสายการบินฟินน์แอร์

เที่ยวบินที่ AY133

 

17.35 น.

 

 

 

ถึงสนามบินวีลนีอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม. ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองรับสัมภาระ รถปรับอากาศรอรับคณะ

นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองวีลนีอุส

 

19.00 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

โรงแรมที่พัก Amberton Hotel 4* หรือเทียบเท่า  

 

2. วันที่สองของการเดินทาง   วีลนีอุส (ลิทัวเนีย) – City Tour –  เมือง Takrai

08.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมเมืองวีลนีอุส โดยรอบชมกำแพงเมืองโบราณ GATE OF DAWN  สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16  อาคารด้านบนของกำแพงเป็นที่ประดิษฐานของภาพไอคอนพระแม่มาเรีย นำท่านเข้าชมด้านในโบสถ์ ซึ่งได้รับการตกแต่งแบบนีโอคลาสสิค ภายในประดับด้วยไอคอน    เงินสลักเป็นรูปอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา มือ ตา หู โดยเฉพาะหัวใจ ภาพไอคอนเงินนี้ ติดอยู่ที่ผนังภายในโบสถ์นำชมโบสถ์แห่งพระจิต CHURCH OFTHE HOLY SPIRIT เป็นโบสถ์แบบออโธดดอกซ์ ภายในโบสถ์ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามมาก     นำชมโลงแก้วบรรจุศพของนักบุญ 3 ท่านถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนเห็นว่าทั้งสามท่านลุ่มหลง งมงาย และมีความเชื่อในพระบิดา หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ชาวเมืองเพิ่งจะเข้าใจและเห็นด้วยกับท่านจึงได้ยกย่องให้ท่านเป็นเซ็นต์ ซึ่งเปรียบประดุจเหมือน      เทพองค์หนึ่ง  จากนั้นนำท่านชมโบสถ์ ST.PETER AND PAUL ที่ภายในโบสถ์ตบแต่งด้วยโทนสีขาวล้วนอย่างสวยงาม

 

12.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองทราไก (Trakai) (ระยะทาง 29 กม. ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที) เมืองหลวงเก่าของลิทัวเนียตั้งแต่ ปี 1423  อดีตเป็นศูนย์กลางการปกครองและการทหาร  ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่วิลนิอุส เนื่องจากจำนวนพลเมืองที่มากขึ้น นำท่านชมเมือง Trakai เข้าชมปราสาททราไก ที่ตั้งอยู่บนเกาะตั้งเด่นเป็นสง่าซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในทะเลสาปเกรฟ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ภายในปราสาทได้มีการจัดห้องนิทรรศการเพื่อแสดงความเป็นมาและประวัติของปราสาททราไกแห่งนี้ ในปัจจุบันเป็นปราสาทที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ไว้ได้อย่างงดงาม อิสระให้ท่านได้ชมเมืองและความสวยงามของปราสาทริมทะเลสาปโดยรอบ

จากนั้นนำท่านสุ่กรุงเก่าอีกครั้ง นำท่านชมโบสถ์ ST.ANNE, โบสถ์ ST.BERNARDINE AND FRANCIS  ซึ่งอยู่ติดกัน สร้างด้วยอิฐพิเศษสีแดงที่สวยงามมาก เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค  ด้านข้างเป็นโบสถ์ ST.MICHAEL เป็นสถาปัตยกรรมแบบ RENAISSANCE  ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ทางสถาปัตยกรรม จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์อำพัน AMBER MUSEUM   ชมภาพจำลองและขั้นตอนของการเกิดอำพัน ซึ่งก็คือยางของต้นไพน์ (ต้นสน)  ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมเมื่อถูกความร้อน  ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย , อำพันแท้นั้น นอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้วเมื่อนำลงไปแช่ในน้ำแล้ว ยังสามารถลอยน้ำได้  ในแถบบอลติกนี้เป็นแหล่งที่มาของอำพันจากทั่วโลกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์  ชมและเลือกซื้อเครื่องประดับอำพัน ราคาถูกตามอัธยาศัย จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นหรือช้อปปิ้งในเมือง

 

18.00 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

โรงแรมที่พัก Amberton Hotel 4* หรือเทียบเท่า

 

3. วันที่สามของการเดินทาง    วีลนีอุส (ลิทัวเนีย) – เมืองริก้า (ลัตเวีย)

07.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  / เช็คเอ้าท์

เดินทางสู่เมืองซูยเลย์ (Šiauliai) (ระยะทาง 213 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.) เมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของลิทัวเนีย เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดอีกเมืองหนึ่ง เมืองนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ หลังจากถูกทำลายเพราะสงครามมากว่า 7 ครั้ง นำท่านแวะถ่ายรูปที่เนินไม้กางเขน HILL OF CROSSES สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ที่นี่มีผู้ศรัทธานำไม้กางเขนมาวางไว้เป็นจำนวนนับแสน เป็นสัญลักษณ์การอุทิศตนของคริสศาสนิกชน จนกระทั่งกลายเป็นที่แสวงบุญของพี่น้องชาวคริสต์ ในปี 1993 องค์พระสันตปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ก็ทรงเสด็จมาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ด้วย

 

12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำท่านชมพระราชวังรันดาเล Rundale Palace ตั้งอยู่ในเขต Bauska Region ห่างจากเมืองริก้า3 ประมาณ 81 กิโลเมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ Franchesco Bartolomeo Rastrelli ผู้ออกแบบพระราชวังฤดูหนาวในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ก่อสร้างสไตล์บารอค และรอคโคโค ในศตวรรษที่ 18  ภายในพระราชวังมีทั้งหมด 138 ห้อง ล้อมรอบไปด้วยสวนแบบบารอคที่งดงาม   จากนั้นเดินทางสู่เมืองริก้า Riga เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย  (ระยะทาง 91 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.) ริก้าเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในเขตบอลติก  มีอาณาเขตติดกับสวีเดน, ลิทัวเนีย, เอสโตเนีย เป็นเมืองที่มีพร้อมสรรพทั้งร้านอาหารชั้นเยี่ยมและความบันเทิงยามราตรี รวมถึงมีความเจริญเติบโตทัดเทียมระดับนานาชาติ

 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก RADISSON BLU DAUGAVA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

http://www.radissonblu.com/hotel-riga/contact

 

19.00 น.

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

4. วันที่สี่ของการเดินทาง   เมืองริก้า (ลัตเวีย) – Cty Tour  – ช้อปปิ้ง

07.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมความสวยงามของ กรุงริก้า Riga เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย  ตั้งอยู่ปากแม่น้ำดัวกาว่า  ริก้าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มบอลติก  เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมการศึกษา การเมือง การปกครอง รวมทั้งอุตสหกรรมในแถบบอลติก  นำท่านชมย่านเมืองเก่า OLD TOWN  ชมอาคารบ้านเรือนที่ยังคงความงดงามด้วยสีสรรสดใส สถาปัตยกรรม Art Nouvo ศตวรรษที่ 19-20 ออกแบบโดย ไมเคิล ไอเทนสไตล์ ซึ่งเป็นลูกชายผู้สร้างภาพยนต์ในสมัยนั้น เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากที่สุดเในแถบยุโรป แต่มีความขลังและสเน่ห์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักการถ่ายรูป ชมศาลาว่าการประจำเมือง  THE CITY COUNCIL SQUARE,  HOUSE OF BLACK HEADS  อาคารก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยอิฐแดงอมชมพู  ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่เพื่อฉลอง 800 ปี แห่งเมืองริก้า  นำชมอนุสาวรีย์  ROLANDS  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมและเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน  ชมโบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์  ST.PETER CATHEDRAL โบสถ์หินสีขาวที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ชมโบสถ์เซ็นต์จาคอบส์

 

12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

 

 

 

นำท่านเดินชมศิลปะแบบ Art Nouvo อาคารแต่ละหลังสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ให้เวลาท่านเดินเล่นชมเมือง เก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย สัมผัสบรรยากาศการซื้อขาย สินค้าของชาวเมือง ณ ตลาดใจกลางเมือง

 

ค่ำ

 

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก RADISSON BLU DAUGAVA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

http://www.radissonblu.com/hotel-riga/contact

 

5. วันที่ห้าของการเดินทาง    เมืองริก้า (ลัตเวีย) – เมืองทาลลินน์ (เอสโตเนีย)

07.00 น.

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

08.30 น.

 

 

 

 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองทาลลินน์ Tallinn (ระยะทาง 310 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4.30 ชม.) เมืองหลวง และเมืองท่าหลักที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของเอสโตเนีย เมืองที่ได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในทะเลบอลติค ยูเนสโก้จัดให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางเพลิดเพลินกับการชมทัศนียภาพที่สวยงาม

 

13.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมย่านเมืองเก่าของทาลลินน์  เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย  อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของ     สหภาพโซเวียต  หลังโซเวียตล่มสลาย แยกตัวออกมาเป็นประเทศเอสโตเนีย เมื่อปี ค.ศ. 1991  ทาลลินน์   ถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญมากที่สุดของเอสโตเนีย  ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลบอลติก  เป็นแหล่งการขยายการลงทุนแห่งใหม่ของสหภาพยุโรป นำท่านเข้าชมโบสถ์อเล็กซานเดอร์เนียฟสกี้  Alexander Nevsky Cathedral โบสถ์คริสต์นิกายรัสเซียออโธดอกซ์เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก   สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3  ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ยังใช้ประกอบพิธีการทางศาสนาอยู่  นำชมอาคารรัฐสภา ตัวอาคารสีส้มอมชมพูประดับธงชาติเอสโตเนีย  ตั้งอยู่บนเนินเขาเคียงคู่กับโบสถ์ประจำเมือง  จากนั้นผ่านชม  LUCKY HOUSE  บ้านหลังเดียวที่หลงเหลือจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ. 1684  นำท่านเข้าชมโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง  ST.MARY CHURCH หรือ DOME CHURCH  สร้างขึ้นโดยชาวเดนมาร์ก  เป็นโบสถ์สไตล์โกธิค  ภายใต้พื้นหน้าประตูโบสถ์ บรรจุโลงศพของ ORRO JOHANN THUVE  บุคคลท่านนี้ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ เป็นคนเจ้าชู้ มีรักกับผู้หญิงมากมาย  ทำให้ทุกคนเสียใจ  ภายหลังเมื่อสำนึกผิด ก็เลยขอให้นำศพของตัวเองมาฝังไว้ตรงทางเข้าโบสถ์ เพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง  เมื่อท่านเหยียบ ณ จุดที่บรรจุโลงศพแล้ว ให้ท่านอธิษฐานขอพร แล้วจะสมหวัง นำท่านเดินลัดเลาะผ่านอาคารโบราณสู่   TOWN HALL SQUARE  จตุรัสกลางเมือง ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 ในสไตล์โกธิค   นำชม TOWER HALL   ด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของ  OLD THOMAS  และรูปปั้นของมังกร  ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการมีอำนาจในการปกครอง นำชม TOWN HALL PHARMACY   ร้านขายยาเก่าแก่และโบราณที่สุด  จากนั้นนำท่านขึ้นสู่เนินแห่งความรัก KISS ที่บริเวณประตูเมืองเก่า ชมหอคอยมาลาเกท

 

19.00 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Tallink City  4* หรือเทียบเท่า

 

6. วันที่หกของการเดินทาง            เมืองทาลลินน์ (เอสโตเนีย) – เฮลซิงกิ

07.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม Song Festival Ground (UNESCO World Heritage) โรงละครกลางแจ้งสำหรับการแสดงดนตรีและร้องเพลง เป็นสถานที่ที่ชาวเอสโตเนียร่วมกันหลายหมื่นคนร้องเพลงเรียกร้องจนได้มาซึ่งสันติภาพ จากนั้นนำท่านชมด้านนอก พระราชวัง KADRIORG และสวนสไตล์อังกฤษ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นโดยซาร์ปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซียในศตวรรษที่ 18 ให้กับพระนางแคทเธอรีน ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน Niccolo Michetti    ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ ภาพเขียนต่าง ๆ มากมาย อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง หรือเดินเล่นถ่ายรูป ตามอัธยาศัย

 

11.00 น.

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   จากนั้นเดินทางสู่ท่าเรือ

 

13.30 น.

 

 

 

เดินทางโดยเรือสำราญ “Tallink Line”ซึ่งเป็นเรือเดินสมุทร ขนาดใหญ่ที่สุดของสแกนดิเนเวีย ล่องข้ามฝั่งผ่านทะเลบอลติก สู่ท่าเรือเฮลซิงกิ เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของทะเลบอลติค และช้อปปิ้งสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีบนเรือ

 

15.30 น.

 

 

 

 

 

 

เรือเทียบท่าที่เมืองเฮลซิงกิ  นำท่านชม เมืองเฮลซิงกิ Helsinki เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ “เทพธิดาแห่งทะเลบอลติค” อยู่ท่ามกลางหมู่เกาะน้อยใหญ่นับพันเกาะในทะเลบอลติค เป็นที่ที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นำชมจตุรัสใจกลางเมือง สถานีรถไฟของเฮลซิงกิ ที่สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวฟินน์แลนด์  ในต้นศตวรรตที่ 19 ผ่านชมโรงละครแห่งชาติที่สร้างขึ้นในแบบสมัยใหม่, ผ่านชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟินแลนด์, สนามกีฬาโอลิมปิก แวะถ่ายรูปที่อนุสาวรีย์ ซองส์ เซบิลุส นักประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่ของโลก

 

19.00 น.

 

 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

โรงแรมที่พัก SCANDIC MARSKI HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

 

7. วันที่เจ็ดของการเดินทาง      Rock Church – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ

08.00 น.

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

09.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

นำชมความวิจิตรตระการตาของสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียที่จตุรัสหน้าโบสถ์รัสเซีย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์รางวัลออสก้าร์ เรื่อง “เรดส์”  ซึ่งใช้ฉากนี้แทนกรุงเลนินกราดของรัสเซีย ชม โบสถ์หิน  THE ROCK CHURCH (TEMPPELIAUKIO) หลายท่านมีความเชื่อว่า ให้คู่รักมาอธิษฐานเพื่อขอให้มีรักแท้ หรือขอให้ชีวิตรักมีความสุขจาก จากเทพเจ้าแห่งความรัก ST.VALENTINE’S แวะชมและเลือกซื้อสินค้านานาชนิดที่ตลาดโบราณ ปลาทะเลสด ๆ เช่นแซลมอน, ชีส, น้ำมันมะกอก ช๊อคโกแลตและถั่วต่าง ๆ จากนั้น นำท่านสู่ถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมือง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 

13.00 น.

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

14.30 น.

 

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

 

17.35 น.

 

 

ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินฟินแอร์ เทียวบินที่ AY089

(สายการบินบริการอาหารค่ำ – อาหารว่าง – อาหารเช้า และเครื่องดื่มบนเครื่อง)

 

8. วันที่แปดของการเดินทาง        สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ

07.15  น.

เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

 

Radisson Blu Daugava Hotel Radisson Blu Daugava Hotel
สถานที่ตั้ง: Latvia / Riga

โรงแรมสำหรับครอบครัวแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในรีกา ภายในระยะ 2 กม. จากห้องสมุดแห่งชาติลัตเวีย, House of the Blackheads และวิหารริกา ส่วนThree Brothers และปราสาทริกา อยู่ห่างจากโรงแรมไปไม่เกิน 2 กม.

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

นอกจากสระว่ายน้ำในร่ม Radisson Blu Daugava Hotel ยังมีซาวน่า และฟิตเนส โรงแรมมีห้องอาหาร ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ มีเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อม Wi-Fi ความเร็วสูงให้บริการฟรี

สิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในโรงแรม 4.5 ดาวนี้ ประกอบด้วย ศูนย์ธุรกิจ และห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรมและงานอีเวนท์ขนาด 1155 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์จัดการประชุม โรงแรมหรูแห่งนี้มีลานระเบียง พนักงานที่พูดได้หลายภาษา และร้านขายของที่ระลึก/แผงขายหนังสือพิมพ์ มีรถรับส่งภายใน 1 กม. ให้บริการฟรีแก่ผู้เข้าพัก มีบริการที่จอดรถภายในโรงแรม (คิดค่าบริการ)

  • สระว่ายน้ำในร่ม 
  • ซาวน่า 
  • บริการพี่เลี้ยงเด็กหรือดูแลเด็ก (คิดค่าบริการ) 
  • ร้านอาหาร 
  • บาร์/เลานจ์ 
  • บริการรถรับส่งสนามบิน (คิดค่าบริการ) 
  • พื้นที่จัดการประชุม 
  • ห้องประชุม 10 
  • บริการเช็คอินด่วน 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 356 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา 
  • กล่องนิรภัยที่ฝ่ายต้อนรับ 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • พนักงานเปิดประตู/ยกกระเป๋า 
  • บริการเช็คเอาท์ด่วน 
  • จำนวนชั้น - 9 
  • ร้านทำผม 
  • ATM/ธนาคาร

 

  • สิ่งอำนวยความสะดวกในการซักรีด 
  • บริการซักรีด/ซักแห้ง 
  • ลิฟต์ 
  • มีอาหารเช้า (คิดค่าบริการ) 
  • ศูนย์ธุรกิจ 
  • ฟิตเนส 
  • Wifi ฟรี 
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ 
  • สวน 
  • ลานระเบียง 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • ศูนย์จัดการประชุม 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • ขนาดพื้นที่จัดการประชุม (เมตร) - 1155 
  • จำนวนห้องประชุม - 13 
  • รถรับส่งในพื้นที่ฟรี 
  • ขนาดพื้นที่จัดการประชุม (ฟุต) - 12428 
  • จำนวนสิ่งปลูกสร้าง/อาคาร - 1 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์

 

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • รูมเซอร์วิส (24 ชั่วโมง) 
  • เครื่องปรับอากาศ 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี 
  • ไดร์เป่าผม 
  • อ่างอาบน้ำหรือฝักบัว    

 

  • บริการทีวีดาวเทียม 
  • เตารีด/โต๊ะรีดผ้า (มีบริการตามคำขอ) 
  • มีห้องที่เชื่อมต่อ/ติดกันให้บริการ 
  • เปล/เตียงเด็กอ่อนฟรี 
  • ทีวีจอแอลซีดี 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ) 
  • โต๊ะทำงาน 
  • Wifi ฟรี 

Radisson Blu Olumpia Radisson Blu Olumpia
สถานที่ตั้ง: Estonia / Tallinn

โรงแรมสำหรับผู้ชื่นชอบสปาแห่งนี้ตั้งอยู่ในCity Center ภายในระยะ 2 กม. จากโบสถ์ Our Lady of Kazan, วิหารเซนต์แมรี่ และโบสถ์เซนต์นิโคลัส ส่วนจัตุรัสหน้าศาลาว่าการ และวิหาร Alexander Nevsky อยู่ห่างจากโรงแรมไปไม่เกิน 2 กม.

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

นอกจากบริการสปาครบวงจร Radisson Blu Hotel Olumpia ยังให้บริการซาวน่าและฟิตเนส ส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มที่โรงแรมได้แก่ ห้องอาหารและร้านกาแฟ/คาเฟ่ ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ มีเครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งแบบใช้สายและ Wi-Fi ให้บริการฟรี

โรงแรม 4 ดาวแห่งนี้มีศูนย์ธุรกิจ บริการรถลิมูซีน และห้องประชุม โรงแรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งนี้มีคาสิโน บริการสปา และบริการจองทัวร์/ตั๋ว โรงแรมนี้มีบริการ รถรับส่งสนามบิน และ รถรับส่งในพื้นที่ (มีค่าบริการ)มีบริการที่จอดรถภายในโรงแรม (คิดค่าบริการ)

Radisson Blu Hotel Olumpia มีพื้นที่กำหนดสำหรับการสูบบุหรี่

  • ศูนย์จัดการประชุม 
  • ซาวน่า 
  • บริการคอนเซียร์จ 
  • หนังสือพิมพ์ฟรีในล็อบบี้ 
  • ร้านกาแฟ/คาเฟ่ 
  • บาร์/เลานจ์ 
  • ร้านอาหาร 
  • มีบริการรถลิมูซีน 
  • ศูนย์ธุรกิจ 
  • พนักงานเปิดประตู/ยกกระเป๋า 
  • บริการเช็คเอาท์ด่วน 
  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • พนักงานพูดได้หลายภาษา 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 390 
  • ร้านทำผม 
  • ATM/ธนาคาร 
  • บริการซักรีด/ซักแห้ง 
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในการซักรีด 
  • ทีวีในพื้นที่ส่วนกลาง 
  • Wifi ฟรี 

 

  • ลิฟต์ 
  • มีอาหารเช้า (คิดค่าบริการ) 
  • คาสิโน 
  • บริการจัดงานแต่งงาน 
  • ฟิตเนส 
  • บริการสปาครบวงจร 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ 
  • พื้นที่สูบบุหรี่ 
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว 
  • บริการเช็คอินด่วน 
  • ที่ช้อปปิ้งภายในบริเวณโรงแรม 
  • ห้องประชุม 14 
  • ที่จอดรถ RV รถบัส และรถบรรทุก 
  • กล่องนิรภัยที่ฝ่ายต้อนรับ 
  • รถรับส่งในพื้นที่ (คิดค่าบริการ) 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • บริการรถรับส่งสนามบิน (คิดค่าบริการ) 
  • บริการสปาภายในบริเวณโรงแรม 
  • อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเชื่อมต่อสายฟรี

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • ช่องทีวีพรีเมียม 
  • มีเครื่องนอนป้องกันสารก่อภูมิแพ้ 
  • เครื่องปรับอากาศ 
  • มินิบาร์ 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • ของใช้ในห้องน้ำฟรี 
  • ไดร์เป่าผม 
  • Wifi ฟรี

 

  • มีทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำ 
  • ตู้นิรภัยในห้องพัก 
  • โต๊ะทำงาน 
  • บริการเคเบิลทีวี 
  • เครื่องควบคุมอุณหภูมิในห้องพัก (เครื่องปรับอากาศ) 
  • มีบริการนวดในห้องพัก 
  • รูมเซอร์วิส (24 ชั่วโมง) 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ) 
  • เตารีด/โต๊ะรีดผ้า 

 

 


Scandic Marski Hotel Scandic Marski Hotel
สถานที่ตั้ง: Finland / Helsinki

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในบริเวณKamppi สามารถเดินไปโรงละครสวีเดน, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ateneum และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย Kiasma ได้ใน 10 นาที ในขณะที่ Helsinki Cathedral และ จัตุรัส Senate อยู่ห่างไปโดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 15 นาที

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

นอกจากซาวน่า Scandic Marski ยังมีฟิตเนสและจักรยานฟรี โรงแรมมีห้องอาหาร ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์/เลานจ์ ให้บริการอาหารเช้าฟรีทุกวัน ให้บริการ Wi-Fi ความเร็วสูงฟรี

พื้นที่จัดกิจกรรมและงานอีเวนท์ขนาด 395 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องประชุม โรงแรมในเฮลซิงกิแห่งนี้มี บริการจองทัวร์/ตั๋ว ร้านขายของที่ระลึก/แผงขายหนังสือพิมพ์ และ ร้านขายของชำ/ร้านสะดวกซื้อ ให้บริการที่จอดรถในที่พักโดยคิดค่าใช้จ่าย

  • ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง 
  • จำนวนห้องพักทั้งหมด - 289 
  • จำนวนชั้น - 9 
  • บาร์/เลานจ์ 
  • หนังสือพิมพ์ในล็อบบี้ (คิดค่าบริการ) 
  • อาหารเช้าฟรี 
  • ลิฟต์ 
  • ฟิตเนส 
  • ร้านขายของที่ระลึกหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ 
  • จำนวนสิ่งปลูกสร้าง/อาคาร - 1 
  • ร้านขายของชำ/ร้านสะดวกซื้อ 
  • บริการจองทัวร์/ตั๋ว 
  • Wifi ฟรี 
  • ห้องประชุม 7 
  • ที่ฝากกระเป๋าเดินทาง 
  • ร้านอาหาร 
  • ที่จอดรถ (คิดค่าบริการ) 
  • ขนาดพื้นที่จัดการประชุม (ฟุต) - 4250 
  • ขนาดพื้นที่จัดการประชุม (เมตร) - 395 
  • จำนวนห้องประชุม - 7 
  • ซาวน่า

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • เครื่องปรับอากาศ 
  • มินิบาร์ 
  • บริการทำความสะอาดทุกวัน 
  • ห้องน้ำส่วนตัว 
  • อ่างอาบน้ำหรือฝักบัว 
  • ทีวี

 

  • ตู้นิรภัยในห้องพัก 
  • โต๊ะทำงาน 
  • บริการเคเบิลทีวี 
  • Wifi ฟรี 
  • รูมเซอร์วิส 
  • เปล/เตียงเด็กอ่อนฟรี 
  • เตียงพับ/เตียงเสริม (คิดค่าบริการ)

 


Lithuania
ข้อมูลทั่วไป
         สาธารณรัฐลิทัวเนีย ตั้งอยู่ในกลางทวีปยุโรป ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติกทิศเหนือจดประเทศลัตเวีย ทิศตะวันออกและทิศใตัจดสาธารณรัฐเบลารุสและทิศตะวันตกเฉียงใต้จดโปแลนด์และรัสเซีย (Kaliningrad)
พื้นที่ 65,300 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนทั้ง 3 ประเทศแถบบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนและเนินทราย ลิทัวเนียเป็นแหล่งอำพัน (Amber) ที่สำคัญ
ประชากร 3.58 ล้านคน (กรกฎาคม 2549) กลุ่มชนชาติ Lithuanians 80% (อาศัยอยู่ในเมือง 68.5% ชนบท 31.5%) Russians 9% Poles 7% Byelorussians 2%
ภาษา Lithuanian เป็นภาษาราชการ 80% ของประชากรใช้ภาษารัสเซีย
ศาสนา ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดคือ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคทอลิก แต่สำหรับชาวรัสเซียในลิทัวเนียนับถือศาสนาแคทอลิก นิกายออร์ธอดอกซ์
ระบบการเมือง มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ภายใต้รัฐธรรมปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2535
เมืองหลวง กรุงวิลนีอุส (Vilnius)
ระบบกระแสไฟฟ้า คือ 230 โวลต์ 50 Hz มักเป็น 2 ขากลมแบบยุโรที่เป็นมาตรฐาน
สกุลเงิน Litas (เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2536 แทนเงินสกุลรูเบิล) อัตราแลกเปลี่ยน 1 Euro = 3.4528 Litas ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545/ 1 Litas = ประมาณ 14.8307 บาท
เวลา ประเทศลิทัวเนียใช้เวลามาตรฐาน +2 ชั่วโมง ซึ่งเวลาที่ใช้ปรับตามฤดูกาลคือ +1 ชั่วโมง แต่จะชดเชยเวลาตามเขตแบ่งเวลาปัจจุบัน+3 ชั่วโมง 
การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว รหัสโทรศัพท์ของประเทศ ลิทัวเนียคือ +370 สามารถโทรกลับประเทศไทยได้ทั้งโทรศัพท์แบบใช้บัตรหรือหยอดเหรียญ สำหรับนักท่องเที่ยว ใช้อินเทอร์เน็ตถูกกว่าการโรรมมิ่ง นั่นคือการซื้อซิมบริการโทรศัพท์ในประเทศ 
โดยหาซื้อได้จากสนามบิน ร้านโทรศัพท์ หรือตามร้านขายหนังสือพิมพ์ทั่วไป
สินค้าและของฝาก สินค้าที่ระลึกตามร้านค้า ชุมชน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ ส่วนใหญ่จะเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ช็อกโกแลต,งานไม้แกะสลัก,งานศิลปะพื้นบ้าน,เครื่องประดับพวกอำพัน ,โปสการ์ด ,ฯลฯ
 
สถานที่ท่องเที่ยวลิทัวเนีย
เมืองทราไค Trakai
เมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของลิทัวเนีย ปัจจุบันที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่อยากจะสัมผัสกับตัวตนของลิทัวเนีย 
เมืองแห่งนี้มีอาคารบ้านเรือน และปราสาทเก่าแก่ให้ได้เที่ยวชมกันอย่างจุใจ และยังเต็มไปด้วยทะเลสาบสวยๆ อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะทะเลสาบกลาฟ (Lake Galve) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ และยังมีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ของลิทัวเนีย รอบ ๆ ทะเลสาบจะถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จึงมีความงดงาม เต็มไปด้วยใบไม้หลากสีสัน
 
ปราสาททราไก (Trakai Island Castle) 
ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบกลาฟ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยดยุคของลิทัวเนียในสมัยนั้น ตัวอาคารสร้างขึ้นจากอิฐสีส้ม มีสะพานไม้ให้ได้เดินเชื่อมไปยังฝั่ง 
หากมองจากมุมสูงจะเห็นว่าปราสาทแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบสุดเงียบสงบ โดยรอบ ๆ ทะเลสาบก็เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวขจี ให้ความรู้สึกที่สดชื่น ผ่อนคลาย และโรแมนติก
 
สุสานไม้กางเขน Hill of Crosses 
เรียกว่าที่นี่มีความโดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้นที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ที่อยู่ระหว่างเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองชัวเลย์ ซึ่งสุสานไม้กางเขน Hill of Crosses เป็นสถานที่ที่แสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่มีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม 
และในปัจจุบันก็ยังมีคนนำมาทิ้งไว้อย่างต่อเนื่อง
 
ถนนคนเดิน Vilnius Street 
เป็นย่านถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวที่น่าชมต่างๆ ได้อย่างมากมาย อาทิ Solar Clock Square และสามารถไปชมหอนาฬิกาโบราณประจำเมือง โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองได้เป็นอย่างดี
 
โบสถ์เซนต์แอน St.Anne's Chruch
St.Anne's Chruch เป็นโบสถ์แบบโรมันคาทอลิกเดิมเคยเป็นโบสถ์ไม้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า และต่อมาในปี ค.ศ. 1495-1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหินขึ้นมาแทนที่ และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1581 หลังจากนั้น ได้มีการต่อเติมหอระฆังแบบนีโอโกธิกขึ้นมาในปี 1874 
นอกจากนี้โบสถ์เซนต์แอนแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย
 
โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล St.Peter and Paul Church
St.Peter and Paul Church โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล ตัวโบสถ์ดั้งเดิมนั้นเป็นโบสถ์ไม้ ที่ถือว่าเป็นสถาปัตย กรรมชิ้นเอก ในแบบลิทัวเนียบาโรกของศตวรรษที่ 17 ต่อมาได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามกับประเทศรัสเซีย และ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดย Hetman Mykolas Kazimieras Pacas 
ผู้ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพของลิทัวเนียคืนจากรัสเซียนั่นเอง
 
โบสถ์แห่งพระจิต
เป็นโบสถ์แบบคริสต์ตัง มีโรงแก้วบรรจุศพของนักบุญ 3 ท่าน ที่ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนเห็นว่าทั้งสามท่านลุ่มหลง งมงาย และมีความเชื่อในพระบิดา ซึ่งภายในโบสถ์ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้วชาวเมืองซึ่งเพิ่งจะเข้าใจ และมีความเห็นด้วยกับท่าน 
ทั้งสามจึงได้ยกย่องให้ท่านเป็นเซ็นต์ ซึ่งเปรียบประดุจเหมือนเทพองค์หนึ่ง โดยได้นำโลงแก้วมาบรรจุศพของทั้ง3 ท่านด้วย
 
กำแพงเมืองโบราณ GATE OF DAWN 
GATE OF DAWN กำแพงเมืองโบราณ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ภายในประดับด้วยไอคอนเงินสลักเป็นรูปอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ของร่างกายเช่น แขน ขา มือ ตา หู โดยเฉพาะหัวใจ ภาพไอคอนเงินนี้ติดอยู่ที่ผนังภายในโบสถ์ ซึ่งอาคารด้านบนของกำแพงเป็นที่ประดิษฐานของภาพไอคอน 
พระแม่มาเรีย ส่วนด้านในโบสถ์ ได้รับการตกแต่งแบบนีโอคลาสสิค

Latvia
ข้อมูลทั่วไป
         สาธารณรัฐลัตเวีย ตั้งอยู่ทางยุโรปตอนเหนือแถบทะเลบอลติก ทิศเหนือจดประเทศเอสโตเนีย ทิศตะวันออกจดดินแดนรัสเซีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้จดเบลารุส ทิศใต้จดประเทศลิทัวเนีย และทิศตะวันตกจดทะเลบอลติก 
พื้นที่ 64,589 ตารางกิโลเมตร หรือ 40,368 ตารางไมล์ ส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบ ป่าไม้และภูเขา 
ประชากร 2.3 ล้านคน (กรกฎาคม 2549)
กลุ่มชนชาติ ชาวลัตเวีย 52% ชาวรัสเซีย 34% นอกนั้นเป็นเชื้อชาติเบลารุส ยูเครน โปแลนด์ ลิทัวเนีย และ อื่นๆ 
ภาษา ลัตเวีย และ รัสเซีย 
ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกาย Lutheran คาทอลิก และออร์ธอดอกซ์ ในหมู่ชาวรัสเซีย 
เมืองหลวง กรุงริกา (Riga) 
สกุลเงิน แลต (Lat)(ออกใช้แทนเงินตราสกุล rubles ตั้งแต่ 5 มีนาคม2536) 
ระบบกระแสไฟฟ้า คือ 230 โวลต์ 50 Hz ส่วนใหญ่ใช้เป็น 2 ขากลมแบบยุโรที่เป็นมาตรฐาน
อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 0.54 Lat 1 EUR = 0.66 Lat 1 Lat = 75.95 บาท
เวลา เขตเวลามาตรฐานของประเทศลัตเวียใช้เขตเวลามาตรฐานแบบ 2+ ชั่วโมง ซึ่งจะมีการปรับเวลาไปตามฤดูกาล + 1ชั่วโมง และชดเชยเวลาตามเขตแบ่งเวลาปัจจุบัน 3+ชั่วโมง
ระบบการเมือง หลังจากได้รับเอกราช เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2533 ลัตเวียได้มีการปกครองแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2535 ซึ่งมีผลบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญที่สหภาพโซเวียตประกาศใช้มาก่อนหน้านั้นแล้ว และในปัจจุบันได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2535
สินค้าและของฝาก ตุ๊กตาแต่งชุดพื้นเมืองประจำชาติ ,ตุ๊กตาแม่ลูกดก ,โมบายสวยๆจากงานแฮนด์เมด และของที่ระลึกที่จำลองแบบบ้านเมืองนี้ ใส่เทียนหอมๆ ยามค่ำคืน ฯลฯ
 
สถานที่ท่องเที่ยวลิทัวเนีย
St.Peter's Church โบสถ์เซนต์ปีเตอร์
โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ St.Peter's Church ในอดีตโบสถ์นี้มีชื่อว่า โบสถ์พ่อค้า เป็นหนึ่งในโบสถ์กอธิกที่สำคัญ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ สำหรับจัดประชุมของเหล่าพ่อค้าในยุคนั้น โบสถ์เซนต์ปีเตอร์เป็นโบสถ์แบบกอธิก 
แต่เมื่อมีการเปลี่ยนิกายจากคาทอลิกมาเป็นแบบลูเธอรัน โบสถ์แห่งนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์สไตล์บาร็อกแทน
 
The House of Blackheads
The House of Blackheads อาคารแห่งนี้เคยถูกทำลายลงไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2แต่ก็ได้ริเริ่มการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในปี 1995 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1999 ซึ่งอาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ของเมืองและพวกพ่อค้า 
และยังเคยตกอยู่ในความครอบครองของ Blackheads Society ซึ่งเป็นกลุ่มของพวกพ่อค้าหนุ่มโสดชาวต่างชาติ
 
The Dome Cathedral
The Dome Cathedral โบสถ์แห่งนี้เป็นการผสมผสานของรูปแบบทาสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย ทั้งโรแมนซ์ กอธิค และบาร็อก นับเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในบอลติก สร้างขึ้นไม่นานหลังจากการก่อตั้ง Riga โดย Bishop Albert ในปี 1211
 
อาคาร Three Brother
อาคาร 3 หลัง อาคารสวยงามเหล่านี้ล้วนตกแต่งในสถาปัตยกรรมยุคสมัยกลาง ตั้งอยู่เรียงกันในต่างรูปแบบ โดยสร้างในศตวรรษที่ 15 ศตวรรษที่ 16 และกลางศตวรรษที่ 18 ถือว่าเป็นอาคารที่อยู่อาศัยจริงของชาวเมืองลัตเวีย
 
พระราชวังรันดาเล Rundale Palace
Rundale Palace พระราชวังรันดาเล ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ Franchesco Bartolomeo Rastrelli ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Bauska Region ห่างจากเมืองริก้าประมาณ 65 กิโลเมตร ภายในพระราชวังมีทั้งหมด 138 ห้อง ล้อมรอบไปด้วยสวนแบบบาโรกที่งดงาม 
ตามสโลแกน เมืองเก่าสวย ปราสาทงาม โดยเจ้าของคนแรกของพระราชวังแห่งนี้ก็คือ Ernstjohan Biron สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง จักรพรรดินีแห่ง รัสเซียชื่อ Anna Jaonovna
 
RIGA CASTLE
Riga Castle ซึ่งปัจจุบันนอกจากเป็นที่อยู่ของประธานาธิบดีของลัทเวีย ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Riga Castle
สร้างขึ้นในปี1330 เพื่อเป็นที่อยู่ของ Livonian Order เคยถูกทำลายไปในศตวรรษที่ 15 โดยชาวเมือง และได้รับการสร้างขึ้นใหม่โดยชาวเมือง
 
St.John's Lutheran Church
St.John's Lutheran Church สร้างขึ้นในปี 1234 เพื่อใช้เป็นโรงสวดของวัดนิกายโดมินิกัน ต่อมากลายเป็นโบสถ์แบบลัทเวียนโบสถ์แรกใน Riga
 
ยูรมาลา Jurmala 
Jurmala ในภาษาลัตเวียแปลว่า ชายทะเล เป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในรัฐบอลติก อยู่ห่างจากกรุงริก้าเพียง 20 กม.ในอดีตยูรมาลาเป็นเมืองชายทะเลและเป็นหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันผันตัวเองไปสู่การเป็นเมืองตากอากาศในระดับนานาชาติ
 

Estonia

ข้อมูลทั่วไป

          สาธารณรัฐเอสโตเนียตั้งอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบยุโรปตะวันออกบนชายฝั่งทะเลบอลติก และเป็นประเทศประเทศที่เล็กที่สุดในกลุ่มประเทศในบอลติก 3 ประเทศ มีทะเลสาบ Peipsi (Chudskoye ในภาษารัสเซีย) ซึ่งเป็นทะเลสาบชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทางด้านตะวันออก

พื้นที่ 45,227 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 1.324 ล้านคน (กรกฎาคม 2549)

กลุ่มชนชาติ ชนชาติเอสโตเนีย 68% ชนชาติรัสเซีย 26% ชนชาติยูเครน 2% ชนชาติเบลารุสเซีย 1% ฟินแลนด์ 1% 

ภาษา ใช้ภาษาเอสโตเนีย เป็นภาษาราชการ นอกจากนั้นยังมีใช้ภาษารัสเซีย และภาษาละตินบ้าง

ศาสนา ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดคือ ศาสนา Lutheran แต่สำหรับชาวรัสเซียในเอสโตเนียนับถือศาสนาแคทอลิกนิกายออร์ธอดอกซ์

เมืองหลวง ทาลลินน์ (Tallinn)

สกุลเงิน Kroon (EEK) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 15.65 Kroon = 1 Euro/ 1 EEK = 3.1594 บาท/ 1 บาท = 0.31652 EEK 

ระบบการเมือง มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2535

สถาบันทางการเมือง

- สาธารณรัฐเอสโตเนียมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยในช่วงแรกได้รับเลือกตั้งโดยตรง แต่ตามรัฐธรรมนูญใหม่รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกประธานาธิบดี และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2535 นาย Lennart Meri ได้รับเลือกโดยรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของเอสโตเนีย

- รัฐสภาใช้ระบบสภาเดียว (Unicameral) เรียกว่า Riigikogu หรือ State Assembly มีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง โดยวิธี proportional representation จำนวน 101 คน มีวาระคราวละ 4 ปี

- รัฐบาลดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของรัฐสภาเว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะลาออก หรือรัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด

ระบบกระแสไฟฟ้า คือ 230 โวลต์ 50 Hz ส่วนใหญ่ใช้เป็น 2 ขากลมแบบยุโรที่เป็นมาตรฐาน

เวลา เขตเวลามาตรฐานของประเทศลัตเวียใช้เขตเวลามาตรฐานแบบ 2+ ชั่วโมง ซึ่งจะมีการปรับเวลาไปตามฤดูกาล + 1ชั่วโมง และชดเชยเวลาตามเขตแบ่งเวลาปัจจุบัน 3+ชั่วโมง

สินค้าและของฝาก สินค้าพื้นเมือง ที่ส่วนใหญ่เป็นงานแฮนด์เมด ซึ่งของฝากส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกันก็คือ เครื่องประดับพวกอำพัน ,งานไม้แกะสลัก ,ช็อกโกแลต,โปสการ์ด,งานศิลปะพื้นเมือง

 

สถานที่ท่องเที่ยวลิทัวเนีย

กรุงทาลลินน์

กรุงทาลลินน์ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็พากันหลงเสน่ห์ของเมืองท่าเก่าแก่ โดยเฉพาะบริเวณย่านเมืองเก่าของทาลลินน์ ที่เต็มไปด้วยอาคารและมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาว เอสโตเนีย ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบมาเริ่มต้นกันที่ เมืองเก่าอย่าง Lower Town และ Toompea ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้วิธีการเดิน หรือ ขี่จักรยานชมไปรอบเมือง เพื่อทำการชมซากปรักหักพังและร่องรอยสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ ศตวรรษที่ 18-19 

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

Rocca-al-Mare หรือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีการจัดแสดงกังหันลมแบบโบราณ ของวิหาร Sutlepa และอาคาร Kolu tavern และยังสามารถเที่ยวชมความงดงามของ ปราสาท Toompea Castle ที่มีความโดดเด่นด้วยการตกแต่งทาสีชมพูสดใส โดยสร้างมาตั้งแต่ตอนต้นของศตวรรษที่ 13 ตัว แต่ปัจจุบันกลายเป็นตึกทำการรัฐสภาไปแล้ว

พระราชวัง Kadriorg Palace

พระราชวัง Kadriorg Palace และสวนสไตล์อังกฤษ ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของพระเจ้าปีเตอร์ มหาราช ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1718 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ KUMU ซึ่งที่นี่ใช้ในการแสดงแกลเลอรี่ศิลปะ

Pirita

Pirita ลองเดินมาเรื่อยๆ แล้วมาแบะกันที่เมืองนี้กันดู เพราะที่เป็นเมืองชายฝั่งที่มี สวนพฤกษชาติ และ หอ Tallinn television และในปี ค.ศ.1980 และเคยถูกใช้ในมอสโคว โอลิมปิคด้วย

เทศกาลสำคัญของเอสโตเนีย

เพราะมีหลายเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ แต่ชาวเอสโตเนี่ยน ก็มีกิจกรรมต่างๆ มากมายซึ่งจะทำให้ทุกคนในเมือง หรือ แต่ละท้องถิ่น ได้มาสนุกและร่วมทำกิจกรรมกัน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเดินทางมายังดินแดนเมืองสวรรค์อย่างกรุงเก่า หรือเมืองอื่นๆ ของเอสโตเนีย ซึ่งแต่ละเมืองก็มีเทศกาลที่สำคัญๆ อีกด้วย

Parnu Contemporary Music Days

Parnu Contemporary Music Days เป็นเทศกาลที่มีการจัดที่นานมาก เพราะอยู่ในระยะเวลาสามสัปดาห์ซึ่งจะมีการบรรยายการประชุมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการจัดนิทรรศการควบคู่ไปกับการแสดงคอนเสิร์ต

Independence Day

Independence Day เป็นวันเฉลิมฉลองการประกาศเอกราชของเอสโตเนีย จัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

Midsummer (St John's Day)

เทศกาล Midsummer (St John's Day) เป็นประเพณีที่จุดสิ้นสุดของการทำงานทางการเกษตรในฤดูใบไม้ผลิและรวมถึงการเต้นรำพื้นบ้านต่าง ๆ และมีงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม

Old Town Days

Old Town Days มีการแสดงหลากหลายที่เน้นการใช้ดนตรีพื้นบ้าน, การเต้นรำแบบดั้งเดิมจัดขึ้นในเดือนกรกฏาคม

TARTuFF - Tartu Film Festival

เทศกาลภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเทศกาลใหม่ของเอสโตเนีย จัดให้ชมกลางแจ้ง เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับชาติยุโรป

Street Theatre Festival

เป็นเทศกาลที่น่าสนใจที่สุดของเอสโตเนีย กับกลุ่มละครสมัครเล่นจากเบลเยียม, ฟินแลนด์, เอสโตเนีย, เยอรมนีและรัสเซียเป็นการแสดงละครบนท้องถนนและในสวนสาธารณะ ซึ่งจัดขึ้นที่จตุรัสของทาลลินน์


Finland
ข้อมูลทั่วไป
          ประเทศฟินแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างสวีเดนกับรัสเซีย และถูกแบ่งจากเอสโตเนียด้วยช่องแคบเล็กๆ เท่านั้น ฟินแลนด์เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิกซึ่งประกอบไปด้วยภูมิประเทศที่ยอดเยี่ยม มีธรรมชาติที่สวยงาม และความสงบสุข พื้นที่ของประเทศประกอบด้วยทะเลสาบและป่าไม้นับไม่ถ้วนทำให้ฟินแลนด์ถือเป็นประเทศหนึ่งในยุโรปที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุด ประเทศฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมากด้วยการพัฒนาอย่างสูงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและมาตรฐานการดำรงที่ชีวิตที่ค่อนข้างสูงของประชากร ด้วยประชากรเพียง 5 ล้านคนต่อพื้นที่ของประเทศ 330,000 ตารางกิโลเมตร ทำให้ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นน้อยที่สุดในโลก
          เมืองหลวงของฟินแลนด์คือ นครเฮลซิงกิ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 992,836 คน เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวนานาชาติ ทั้งยังเป็นเมืองที่คุณสามารถชื่นชมวัฒนธรรมของชาวฟินแลนด์ได้อย่างเต็มที่ นครเฮลซิงกิเป็นที่ตั้งของโรงแรมมากมายหลายระดับสำหรับบริการผู้มาเยือน ซึ่งรวมถึงโรงแรมเครือระดับโลกอย่าง ฮิลตัน เรดิสัน รามาดาและฮอลิเดย์ อินน์ ซึ่งมาพร้อมบริการเหนือระดับพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนฟินแลนด์ยังสามารถขับรถข้ามพรมแดนไปยังสวีเดนและรัสเซียได้อีกด้วย การขับรถไปยังสวีเดนเป็นไปอย่างสะดวกสบาย แต่กรณีการเข้าประเทศรัสเซียอาจจะมีปัญหาบ้างในบางโอกาส ถนนสู่ด่านพรมแดนสู่สองประเทศเพื่อนบ้านมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง ทว่าล้วนแต่เป็นภาษาฟินแลนด์ดังนั้นหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวถือเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง
 
สภาพอากาศ
          ประเทศฟินแลนด์มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมากโดยแบ่งเป็น 4 ฤดูคือ  ฤดูหนาว (ช่วงเดือน ธ.ค. - ก.พ.),  ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค.),  ฤดูร้อน (ช่วงเดือน มิ.ย. - ส.ค.)  และฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือน ก.ย. -พ.ย.)  โดยเฉพาะฤดูหนาวและฤดูร้อน  มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งเรื่องอุณหภูมิและความสั้นยาวของกลางวันกลางคืน  โดยในฤดูหนาวมีช่วงระยะเวลากลางวันสั้นกว่าระยะเวลากลางคืนมาก  ในทางกลับกันในฤดูร้อนก็มีช่วงระยะเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืนมาก
          สภาพภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวของประเทศฟินแลนด์มีความหนาวเย็นมาก  มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส  ดังนั้นจึงควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ  นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่มีแสงอาทิตย์น้อย  อาจส่งผลให้เกิดความรู้สึกอ่อนเพลียหรือมีอาการซึมเศร้า  ดังนั้นควรหากิจกรรมทำในยามว่าง  เช่น  ออกกำลังกาย  ทำงานอดิเรกหรือออกไปพบปะเพื่อนฝูง เป็นต้น
          ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่สดใสที่สุดในรอบปีและเป็นช่วงเวลาที่ชาวฟินแลนด์นิยมลาพักร้อนหลังจากทำงานมาตลอดปี  เพื่อหยุดพักผ่อนใช้เวลาท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ หรือพักผ่อนที่บ้านกับครอบครัวและเพื่อนฝูง  หรือไปพักผ่อนที่บ้านพักร้อน  ซึ่งมักอยู่ในป่าและใกล้กับทะเลสาบ  ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวฟินแลนด์มาก  ชาวฟินแลนด์ส่วนใหญ่มีบ้านพักร้อนเป็นของตนเองและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมาก
 
สถานที่ท่องเที่ยว
1. จัตุรัสซีเนท (Senate Square)
จัตุรัสซีเนทและสิ่งปลูกสร้างรายรอบได้สร้างให้เกิดสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิคที่โดดเด่น ตึกสี่หลังซึ่งประกอบไปด้วย มหาวิหารเฮลซิงกิ ตึกมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ทำเนียบรัฐบาล และห้องสมุดแห่งชาติฟินแลนด์ ถูกออกแบบโดย Carl Ludvig Engel ส่วนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจตุรัสยังมีสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในเฮลซิงกิคือ Sederholm House
 
2. ป้อมปราการทางทะเล (Suomenlinna Maritime Fortress)
ป้อมปราการแห่งนี้เป็นป้อมปราการทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 18 โดยชาวเกาะสวีเดนที่อาศัยอยู่ในบริเวณท่าเรือเฮลซิงกิ เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมทางทหารที่น่าสนใจของยุโรปในสมัยนั้น ศูนย์นักท่องเที่ยวและการแสดงมัลติวิชั่น Sveaborg Experience ได้เปิดให้บริการอยู่ในคลังของกองทัพเรือ
 
3. เรือดำน้ำ (Vesikko) 
เรือดำน้ำ Vesikko หนักถึง 250 ตัน สร้างขึ้นในเมืองตุรกีในปี 1933 เดิมเรือดำน้ำลำนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือเยอรมัน แต่ภายหลังกองทัพเรือฟินแลนด์ได้เข้ามาครอบครองแทนในปี 1936 Vesikko นำออกมาใช้งานจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่เรือดำน้ำอื่นๆ ถูกขายไปแล้ว แต่เรือดำน้ำ Vesikko ได้รับการยกเว้นเนื่องจากในปี 1947 มีสนธิสัญญาปารีส (Treaty of Paris) การเข้าชมโดยมีไกด์นำเที่ยวสามารถจัดได้หากมีการนัดล่วงหน้า มีเรือข้ามฟากที่ออกจาก Market Square ไปยัง Suomenlinna
 
4. โบสถ์หิน
เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่น่าสนใจของเฮลซิงกิ การออกแบบโบสถ์เทมพ์เพเลียคิโอ คิร็อคโค่ (Temppeliaukion Kirkko) ในช่วงแรกมีความขัดแย้งมากมาย เกี่ยวกับเรื่องรอยแยกขนาดใหญ่บนหินแกรนิตที่โผล่พ้นดินขึ้นมาและถูกปิดไว้ด้วยหลังคารูปโดม ที่นี่ไม่มีเครื่องประดับ แท่นบูชาหรือหอระฆัง แต่มีนักท่องเที่ยวกว่า 500,000 คนที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมในทุกๆ ปี ผนังหินและเพดานโลหะภายในโบสถ์ทำให้ผู้ที่เข้ามารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ และวิหารแห่งนี้ยังเป็นที่จัดกิจกรรมอย่างงานดนตรี ที่สามารถดึงดูดใจผู้นำทางด้านดนตรีอะคูสติกระดับโลกได้
 
5. วิหารลูเธอแรน
หรือที่รู้จักกันในนามของ Suurkirkko หรือ โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St Nicholas church) วิหารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของเมืองเฮลซิงกิ หอคอยที่ตั้งตระหง่านเผยให้เห็นความงดงามอย่างแท้จริงของนครสีขาวทางตอนเหนือแห่งนี้ ตัววิหารประกอบไปด้วยห้องใต้ดินเพดานสูง หอศิลป์และสถานที่จัดคอนเสิร์ต พร้อมด้วยคาเฟ่ที่เปิดให้บริการทุกวันในช่วงฤดูร้อน
 
ภาษาราชการ
ภาษาฟินนิชและสวีดิช
 
เวลา
เวลาช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
 
สกุลเงิน
ใช้สกุลเงินยูโร
 
ระบบไฟฟ้า
ที่ประเทศฟินแลนด์มีระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 230 โวลต์ ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่จะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปด้วย จะต้องเตรียมเครื่องแปลงไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย
 
ระบบโทรศัพท์
รหัสโทรศัพท์ของประเทศฟินแลนด์คือ +358 ท่านสามารถโทรกลับเมืองไทยได้โดยการใช้บัตรโทรศัพท์ หรือ ใช้โทรศัพท์ของทางที่พักในฟินแลนด์ของท่านในการโทรออก ก็ได้เช่นกัน

 

--- โปรดสอบถาม ---

 

 

เงื่อนไขการจองทัวร์และการชำระเงิน

  • ชำระค่ามัดจำการเดินทางท่านละ 20,000 บาท ภายใน 3 วันนับจากวันจองพร้อมส่งเอกสารให้กับบริษัท
  • ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทาง 20 วัน
  • ในกรณีที่ลูกค้าจองแล้วไม่ชำระค่ามัดจำการเดินทางตามกำหนดทางบริษัทฯ ถือว่าท่านสละสิทธิ์

 

กรุณาโอนเงินที่หมายเลขบัญชี

ภาษาไทย

ENGLISH

ธนาคาร :     กรุงเทพฯ

Bank :         Bangkok bank

ชื่อบัญชี :      บริษัท ส้มบิน จำกัด

A/C Name : FLYING ORANGE CO.,LTD.

เลขที่    :      939-3-00055-0

A/C No. :     939-3-00055-0

ประเภทบัญชี : กระแสรายวัน

Account :     Current

สาขา :         ย่อยจามจุรี สแควร์

Branch :       Chamchuree Square

หรือ

ภาษาไทย

ENGLISH

ธนาคาร :     กสิกรไทย

Bank :         Kasikorn

ชื่อบัญชี :      บริษัท ส้มบิน จำกัด

A/C Name : FLYING ORANGE CO.,LTD.

เลขที่    :      630-1-00031-4

A/C No. :     630-1-00031-4

ประเภทบัญชี : กระแสรายวัน

Account :     Current

สาขา :         ย่อยจามจุรี สแควร์

Branch :       Chamchuree Square

 

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 30 วัน คืนเงินให้เต็มจำนวน โดยไม่หักค่าดำเนินการใด ๆ
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 20 วัน เก็บค่าดำเนินการท่านละ  10,000. บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 10 วัน เก็บค่าดำเนินการท่านละ 20,000. บาท 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 5  วัน เก็บค่าดำเนินการ  75% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง ภายใน 5 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์

 

หมายเหตุ

  • รายการท่องเที่ยวและเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในโปรแกรมทัวร์นี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนได้ ถ้าหากสถานที่แห่งนั้นปิดหรือเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้น จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าชมได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนหรือทดแทน รายการเข้าชมนั้น ๆ ในมูลค่าเท่าเทียมกันหรือมากกว่า ตามความเหมาะสม โดยจะยึดเอาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลักสำคัญ
แบบฟอร์มการจอง
close
ส้มบิน
*ชื่อผู้จอง:
*เบอร์โทรศัพท์:
*อีเมลล์:
จำนวนผู้โดยสาร:
รายชื่อผู้โดยสาร:
ยังไม่มีรายชื่อผู้โดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หรือสอบถามเพิ่มเติม:
 
ยืนยันการจอง
close
ส้มบินขอขอบคุณคะ,
เราได้รับข้อมูลจากท่านแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบติดต่อกลับเพื่อสอบถามความต้องการเพิ่มเติมจากท่านคะ.
Thank you,
Flying Orange Team.